War sovereign Soaring The Heavens ตอนที่ 2069

อ่านนิยายจีนเรื่อง War Sovereign Soaring The Heavens ตอนที่ 2069 3Novel | อ่านนิยายออนไลน์ นิยายแปลไทย อ่านนิยายฟรี.

ตอนที่ 2,069 : นายท่านรองตระกูลชิว!
 
“ข้า…ข้าแค่…ข้าแค่”
 
หลังปล่อยมือจากต้วนหลิงเทียนแล้ว หน้างามของชิวมู่ชิงพลันขึ้นสีแดงเรื่อทันที
 
กระทั่งคอที่เกลี้ยงเกลาขาวเนียนดั่งหยกมันแพะก็พลอยแดงตามไปด้วย ท่าทางจะขวยเขินเอียงอายไม่น้อยทีเดียว
 
ตอนที่ได้ยินต้วนหลิงเทียนกล่าวว่า ‘ยังไม่อาจออกจากเมืองคงหมิงได้ในตอนนี้’ ไม่ทราบเพราะอะไร แต่ในใจของนางกลับร้อนรนเป็นกังวลขึ้นมาอย่างไม่อาจห้าม!
 
ยิ่งมาได้ยินต้วนหลิงเทียนสั่งให้เสี่ยวเอ้อเพิ่มจานชามอีกชุด นางก็ไม่อาจแบกรับความกังวลในใจได้ไหวสืบไป
 
ไม่เพียงแต่นางเลือกจะหยุดเสี่ยวเอ้อไว้ทันที หลังชำระค่าอาหารให้ต้วนหลิงเทียนแล้ว นางยังถึงกับจูงมือต้วนหลิงเทียนแล้วพาวิ่งหนีมาอย่างรีบร้อนแบบนี้!!
 
จังหวะนั้นนางลืมเรื่องรักนวลสงวนตัว หญิงชายไม่ควรแตะต้องไปหมดสิ้น
 
พอลองมองย้อนกลับไปดูแล้ว
 
เรื่องราวในวันนี้ นับเป็นการกระทำที่บ้าคลั่งที่สุดในชีวิตของนางแน่นอน
 
นางกลับเป็นฝ่ายจับมือบุรุษผู้อื่นเขาก่อน! กระทั่งยังเป็นบุรุษแปลกหน้าที่นางไม่ทราบแม้แต่ชื่อของอีกฝ่ายด้วยซ้ำ!!
 
หากเป็นก่อนหน้าให้ตายนางก็ไม่เชื่อว่าจะนางจะใจกล้าได้ขนาดนี้
 
อย่างไรก็ตามความจริงมีให้เห็นอยู่ตรงหน้า นางก็ไม่อาจปฏิเสธและทำเป็นไม่เชื่อได้
 
‘หรือข้าชอบเขากัน…’
 
ขณะเดียวกันในใจชิวมู่ชิงก็อดไม่ได้ที่จะบังเกิดความคิดนี้ขึ้นมา หากแต่นางก็ปฏิเสธมันอย่างรวดเร็ว
 
‘เป็นไปไม่ได้…ข้าพึ่งเจอเขาครั้งแรกวันนี้ จะไปชมชอบผู้อื่นเขาได้อย่างไร! แม้บุรุษผู้นี้จะแตกต่างจากบุรุษผู้อื่นและทำให้ข้ารู้สึกสบายใจไม่น้อย…แต่ยังไม่อาจกล่าวได้ว่าชอบ แน่นอนว่าข้ายังไม่อาจกล่าวได้ว่าชมชอบเขา!’
 
ชิวมู่ชิงย้อนคิดเรื่องราว ในที่สุดนางก็สรุปได้
 
ในขณะที่ชิวมู่ชิงปล่อยมือและทำทีท่าเขินอายปานจะขุดหลุมแล้วมุดดินหนีนั้นเอง…
 
“อะแฮ่ม…”
 
ต้วนหลิงเทียนพลันกระแอมไอออกมาเสียงดัง ทำลายบรรยากาศเคอะเขินของนาง
 
“แม่นางมู่ชิงนี่ท่านคิดพาข้าไปที่ใดกัน?”
 
ชิวมู่ชิงคืนสติทันทีหลังได้ยินเสียงของต้วนหลิงเทียน อย่างไรก็ตามตอนนี้นางยังอายไม่น้อยจึงไม่กล้าสู้หน้าสบตา กล่าวออกทั้งก้มหน้างุดๆ  “ท่าน…ท่านอยู่ในเมืองคงหมิงไม่ได้แล้วเพราะเมืองนี้มิปลอดภัยสำหรับท่านอีกต่อไป ท่าน…ท่านรีบไปจากเมืองคงหมิงเถอะ!”
 
“อ่อ เรื่องนั้นเจ้าไม่ต้องห่วง ข้าไม่เป็นไรหรอก”
 
เมื่อเห็นว่าชิวมู่ชิงเป็นห่วง ต้วนหลิงเทียนก็ซึ้งใจอยู่บ้าง กล่าวออกพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น “ยิ่งไปกว่านั้นข้ายังมีธุระที่ต้องทำในเมืองคงหมิงอยู่ ตอนนี้ข้ายังไปไหนไม่ได้”
 
“หากเป็นเช่นนั้น…ท่านก็ไปตระกูลชิวกับข้าเถอะ!”
 
คล้ายตระหนักได้ถึง ‘ความดื้อรั้น’ ของต้วนหลิงเทียน ชิวมู่ชิงไม่คิดโน้มน้าวอีกต่อไป เลือกที่จะกล่าวออกมาโดยที่ไม่ทันได้คิดอะไรให้มาก
 
และหลังจากที่กล่าวออกไปแล้ว สีหน้านางก็แดงเรื่อขึ้นมาอีกครั้ง เร่งรีบอธิบายออกมาเป็นการใหญ่
 
“เอ่อ…คุณชาย…ท่านอย่าพึ่งเข้าใจข้าผิดไป…ข้าคิดว่าที่ท่านต้องมาขัดแย้งกับตระกูลตงฟางทั้งหมดล้วนเป็นเพราะข้า…เช่นนั้นข้าจึงไม่อยากให้ท่านต้องเกิดเรื่องอันใด”
 
แม้ชิวมู่ชิงจะพยายามอธิบายให้ต้วนหลิงเทียนฟัง แต่คำอธิบายดังกล่าวกระทั่งตัวนางเองยังรู้สึกว่าเหตุผลมันช่างเหลวไหลนัก
 
“ไม่เป็นไรหรอก”
 
ต้วนหลิงเทียนย่อมรู้ว่าชิวมู่ชิงเป็นห่วงเพราะความใจดี แต่เขาก็บอกปัดออกมาทันที เพราะเขาไม่ได้กลัวอะไรตระกูลตงฟางแม้แต่น้อย
 
อีกทั้งหากตระกูลตงฟางไม่มายุ่งกับเขาก็แล้วไป
 
หาไม่แล้ว
 
เขาก็ไม่แยแสหากจะต้องกวาดล้างพวกมัน!
 
“หากคุณชายไม่กลับไปกับข้า ตัวข้าก็มิอาจวางใจ…ท่านกลับไปกับข้าเถอะ ข้าจะบอกท่านพ่อเรื่องนี้ และถือว่าท่านเป็น แขก ของตระกูลชิว!”
 
เมื่อเห็นว่าต้วนหลิงเทียนยืนกรานปฏิเสะความหวังดีของนาง ชิวมู่ชิงก็กังวลใจไม่น้อย “หากท่านมิไปกับข้า แล้วเกิดเรื่องอันใดขึ้นกับท่าน…ข้าต้องรู้สึกผิดนัก! ขอเพียงท่านเป็นแขกของตระกูลชิวข้า คราวนี้ต่อให้ตระกูลตงฟางคิดทำอะไรท่านพวกมันย่อมไม่กล้า”
 
“เอาล่ะๆ ข้าไปกับเจ้าก็ได้”
 
เมื่อเห็นว่าชิวมู่ชิงที่ยิ่งกล่าวน้ำตายิ่งเริมส่อเค้าว่าจะคลอเบ้า ต้วนหลิงเทียนก็รู้สึกใจอ่อน และไม่ปฏิเสธข้อเสนอของนางอีกต่อไป
 
อย่างน้อยความใจดีของนางก็ทำให้เขาประทับใจไม่น้อย
 
นางนับเป็นสตรีที่ดีคนหนึ่ง!
 
เมื่อเห็นว่าต้วนหลิงเทียนยอมตกลงรับปากแล้ว สีหน้าชิวมู่ชิงก็เผยยิ้มสดใสขึ้นมาราวกับเด็กน้อยได้ขนม
 
เรียกว่ารอยยิ้มของชิวมู่ชิงสดใสน่ารักนัก กระทั่งต้วนหลิงเทียนที่ไม่ทันตั้งตัวกึงกับต้องเหม่อมองอย่างเลื่อนลอยอยู่บ้าง
 
“ไปกันเถอะ”
 
เห็นต้วนหลิงเทียนมองจ้องมาอย่างเหม่อลอย ชิวมู่ชิงอดไม่ได้ที่จะหน้าแดงอีกครั้ง ขณะเดียวกันก็เร่งกล่าวชักชวนต้วนหลิงเทียนแก้เขิน รีบออกเดินทางนำต้วนหลิงเทียนกลับไปตระกูลชิวกับนางทันที
 
“คุณหนู!”
 
เมื่อมาถึงประตูหน้าสกุลชิว คนเฝ้าประตูที่เห็นร่างบางรุดมาถึงก็เร่งคารววะทักทายด้วยความเคารพ
 
“อื้ม”
 
ชิวมู่ชิงพยักหน้าตอบคำเล็กน้อย ค่อยหันไปชวนต้วนหลิงเทียนให้เข้าตระกูลชิวไปพร้อมกับนาง
 
ตอนนี้เองคนเฝ้าประตูทั้งหลายก็ได้สังเกตเห็นต้วนหลิงเทียนกันแล้ว และทำให้พวกมันอดตะลึงตาค้างไปไม่ได้
 
เรียกว่าอึ้งไปอยู่นาน กว่าพวกมันจะดึงสติกลับมาได้สำเร็จ!
 
แน่นอนว่าหลังดึงสติกลับมาได้ พวกมันก็แตกตื่นกันยกใหญ่ปานฟ้าถล่ม อุทานออกมาอย่างเหลือเชื่อ “สวรรค์! ตาข้ายังปกติดีใช่หรือไม่…คะ…คุณหนูใหญ่พาบุรุษกลับบ้านงั้นเรอะ!?”
 
“ข้าคงไม่ได้ฝันไปหรอกนะ! นั่นใช่คุณหนูใหญ่ของพวกเราแน่เหรอ!?”
 
“ชายผู้นั้นที่แท้เป็นผู้ใดกันแน่ ไฉนคุณหนูใหญ่ถึงพากลับมาตระกูลเช่นนี้เล่า…อีกทั้งท่าทางจะสนิทสนมกันไม่น้อย”
 

 
เหล่าคนสกุลชิวได้แต่มองหน้ากันด้วยความสับสน ในวาจาเต็มไปด้วยความประหลาดใจทั้งไม่อยากจะเชื่อ!
 
ต้องทราบด้วยว่าคุณหนูมู่ชิงของพวกมัน กระทั่งสหายบุรุษยังไม่มี เรียกว่าไม่เคยชิดใกล้ชายใด นับประสาอะไรกับพาบุรุษเข้าบ้านแบบนี้!
 
แม้นางจะต้องไปไหนมาไหนกับคุณชายรองตระกูลตงฟางและใช้เวลาร่วมกัน ทว่านั่นล้วนเป็นคำสั่งของตระกูล!
 
ในฐานะคนของสกุลชิวพวกมันเองก็รู้เรื่องนี้ดี
 
ทว่าวันนี้คุณหนูของพวกมันไม่เพียงใกล้ชิดกับบุรุษ…ยังพาบุรุษกลับบ้าน!
 
สำหรับพวกมันแล้ว เรื่องนี้แทบไม่ต่างใดกับเห็นฟ้าถล่ม!
 
ไม่เพียงคนเฝ้าประตูเท่านั้นที่ประหลาดใจ ตอนชิวมู่ชิงพาต้วนหลิงเทียนเดินไปยังเรือนที่นางพักอาศัยอยู่ ระหว่างทางก็สร้างความตื่นตระหนกให้คนสกุลชิวทั้งข้ารับใช้มากมายนัก!
 
“อะ…อะไรกัน คุณหนูพาบุรุษเข้าเรือนหรือ!?”
 
เพียงพริบตาข่าวอันเหลือเชื่อก็พัดผ่านไปทั่วตระกูลชิวดั่งพายุ สร้างความปั่นป่วนครั้งใหญ่ให้คนสกุลชิวไม่น้อย
 
หลังชิวมู่ชิงพาต้วนหลิงเทียนกลับมาถึงเรือนที่นางพักอยู่ นางก็ให้คนไปจัดเตรียมที่พักให้ต้วนหลิงเทียนทันที
 
ในฐานะคุณหนูของสกุลชิว เรือนที่นางพักนั้นเรียกว่าเป็นส่วนตัวและกว้างขวางนัก
 
เพียงเรือนหลักก็มีห้องหับที่ยังว่างมากมายหลายห้อง และไม่เพียงมีเรือนรับรองที่เอาไว้ให้แขกเหรื่อพักอาศัย ยังมีเรือนด้านหลังไว้สำหรับข้ารับใช้อีกด้วย
 
แน่นอนว่าต้วนหลิงเทียนที่มาในฐานะแขก ก็ได้เข้าพักในเรือนรับรองของแขก
 
“แม่นางมู่ชิงท่านให้ข้ามาอาศัยที่เขตเรือนของท่านแบบนี้…มันเหมาะสมแล้วหรือ ท่านไม่กลัวเรื่องนี้กระทบต่อชื่อเสียงของท่านหรือไร?”
 
ต้วนหลิงเทียนกล่าวถามด้วยรอยยิ้มแหยๆ
 
“หรือท่านให้ข้าไปพักที่เรือนอื่นดี?”
 
หลังยิ้มแหยๆแล้วต้วนหลิงเทียนก็กล่าวถามออกมาอีกครั้ง
 
ถึงแม้ต้วนหลิงเทียนจะรู้ว่าชิวมู่ชิงใจดีและเขาไม่ได้กลัวตระกูลตงฟางแม้แต่น้อย แต่เขาก็ไม่อยากทำให้ชื่อเสียงสตรีดีๆเช่นนี้ต้องมัวหมอง
 
ดินแดนเทพยุทธ์เซียนเต๋า หรือกระทั่งโลกใบนี้ที่เขาหลุดมาอย่างไม่รู้สาเหตุ ไม่เพียงแต่จะมีกลิ่นอายละม้ายคล้ายยุคโบราณของประเทศเขาในอดีต แต่ขนบธรรมเนียมแทบจะถอดแบบกันมา! สำหรับสตรีแล้วชื่อเสียงสำคัญยิ่งกว่าชีวิตเสียอีก!!
 
“มิเป็นไรท่านพักได้อย่างสบายใจ…ข้าจะไปหาท่านพ่อเพื่อบอกว่าท่านเป็นสหายของข้า และหลังจากนี้ท่านจะอยู่ที่นี่ในฐานะแขกของสกุลชิว”
 
ได้ยินคำของต้วนหลิงเทียน หน้าชิวมู่ชิงเริ่มขึ้นสีแดงเรื่อขึ้นมาอีกครั้ง ค่อยกล่าวแจงเรื่องราวกับต้วนหลิงเทียน แล้วกำชับให้สาวใช้คอยพาต้วนหลิงเทียนไปยังที่พักด้วย ก่อนที่นางจะจากไปทันที
 
มองแผ่นหลังชิวมู่ชิงที่เร่งรีบจากไป ต้วนหลิงเทียนก็รู้สึกซาบซึ้งขึ้นมาในใจอีกครั้ง
 
ตอนนี้เหล่าสาวใช้เองก็มองต้วนหลิงเทียนด้วยสายตากลมโต ในแววตาพวกนางล้วนเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ทั้งรู้สึกยากยอมรับอยู่บ้าง พวกนางไม่เข้าใจจริงๆว่าไฉนคุณหนูของพวกนางถึงพาบุรุษคนหนึ่งกลับมาตระกูลแบบนี้
 
กระทั่งยังพามาพักในเรือนของตัวเอง!
 
หากเรื่องนี้แพร่ออกไป แล้วคุณหนูของพวกนางยังจะไปแต่งกับผู้ใดได้อีก?
 
“ข้าชื่อ ต้วนหลิงเทียน”
 
ก่อนที่แผ่นหลังของชิวมู่ชิงจะหายลับไปจากสายตา ต้วนหลิงเทียนพลันส่งเสียงผ่านพลังกล่าวบอกนามของตัวเองแก่ชิวมู่ชิง
 
ชิวมู่ชิงทำเพื่อเขาถึงขนาดนี้ เขายังปล่อยให้นางไม่รู้จักแม้แต่ชื่อแซ่ของเขาได้อยู่หรือ?
 
‘ต้วนหลิงเทียน?’
 
ได้ยินชื่อนี้ สองตาชิวมู่ชิงทอประกายจ้าขึ้นมาวาบหนึ่ง ใบหน้ายังเริ่มขึ้นสีแดงเรื่ออีกครั้ง
 
หลังจากนั้นนางก็ไปหาบิดาของนางีท่เป็นประมุขตระกูลชิวที่ห้องโถงหลัก
 
ตัดกลับมายังใจกลางเมืองคงหมิง…บริเวณเหลาอาหารที่ต้วนหลิงเทียนและชิวมู่ชิงพึ่งจากมา
 
ปรากฏร่างวัยกลางคนร่างสูงแลดูแข็งแกร่งพร้อมผู้ติดตาม 2 คนเดินทางมาถึงหน้าเหลา
 
“ข้าล่ะไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ…โฉมงามอันดับ 1 ของเมืองคงหมิงของพวกเราจะทำแบบนั้นไปได้! อยู่ๆก็จูงมือบุรุษพาวิ่งออกไปเสียอย่างนั้น!!”
 
ชายชายวัยกลางคนพร้อมผู้ติดตามทั้ง 2 เดินเข้าเหลามาไม่ทันไร ก็ถูกเสียงหนึ่งดึงดูดความสนใจไปทันที
 
‘โอ้? ชิงเอ๋อกับคุณชายรองตระกูลตงฟางมีความคืบหน้าถึงขนาดนี้เลยรึ? เช่นนี้ก็ประเสริฐ…เรื่องตระกูลชิวจะสร้างพันธมิตรกับตระกูลตงฟางก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้ว! วันหน้าพวกเราก็มิต้องกลัวถูกตระกูลเฝิงกดดันอีกต่อไป!!’
 
ชายวัยกลางคนร่างสูงใหญ่แลดูแข็งแกร่งนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน มันคือนายท่านรองของตระกูลชิว ชิวกังยี่
 
มันเป็นตัวตั้งตัวตีที่คอยผลักดันเรื่องวิวาห์เชื่อมสัมพันธ์ของสองตระกูล
 
อีกทั้งมันยังเป็นคนที่คอยกดดันเหล่าอาวุโสรวมตระกูลชิว ให้ออกคำสั่งแก่ชิวมู่ชิงเรื่องสร้างความสนิทสนมกับคุณชายรองสกุลตงฟางอีกด้วย!!
 
แน่นอนว่ามันยังใช้เรื่องนี้ไปกดดันประมุขสกุลชิว!
 
ด้วยความที่ชิวมู่ชิงเป็นบุตรกตัญญู ไหนเลยจะปล่อยให้บิดาต้องลำบากใจถูกผู้คนบีบคั้นกดดันได้…
 
อย่างไรก็ตามหากให้นางต้องแต่งกับตงฟางฉู่ นางยอมตายเสียดีกว่า!
 
ที่นางยินยอมไปไหนมาไหนกับตงฟางฉู่ เพียงเพราะไม่อยากให้บิดาต้องลำบากใจและถูกชิวกังยี่ใช้เรื่องนี้มาบีบให้บิดาตกที่นั่งลำบากเท่านั้น! ทว่านางยอมไปไหนมาไหนกับตงฟางฉู่ได้ แต่ไม่อาจแต่งกับมันได้!!
 
ตัวนาง ชิวมู่ชิง ไม่ใช่สิ่งของ!
 
ไม่มีผู้ใดมาบีบคั้นให้นางทำในสิ่งที่นางไม่อยากกระทำได้!!
 
‘อะไร!? ไม่ใช่ตงฟางฉู่ แต่เป็นบุรุษที่ไหนก็ไม่รู้ที่ทำร้ายตงฟางฉู่งั้นเหรอ!?’
 
ทว่าไม่นานนัก บทสนทนาของผู้คนในเหลาก็ทำให้นายท่านรองสกุลชิว ‘ชิวกังยี่’ ถึงกับเบิกตาโพลง หน้ามันยังเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวปั๊ดขึ้นมาทันตาเห็น!

คอมเม้นต์

การแสดงความเห็นถูกปิด