War sovereign Soaring The Heavens ตอนที่ 1604

อ่านนิยายจีนเรื่อง War Sovereign Soaring The Heavens ตอนที่ 1604 3Novel | อ่านนิยายออนไลน์ นิยายแปลไทย อ่านนิยายฟรี.

ตอนที่ 1,604 : รองประมุขนิกายหยินหมิง ถานฉี
 
แต่ด้วยความที่นิกายหยินหมิงมีตัวตนในขอบเขตเซียนเพียงแค่ 2 คน ก็ย่อมเป็นธรรมดาที่พวกมันจะไม่อาจมาเฝ้าจับตาดูป๋ายลี่หงด้วยตัวเอง
 
เหตุผลหลักที่ป๋ายลี่หงไม่ได้จากไปไหน เพราะเฟิ่งหวู่เต้ากับคนอื่นๆอยู่ในกำมือของอีกฝ่าย และตลอดเวลาป๋ายลี่หงก็พยายามครุ่นคิดหาวิธีที่จะช่วยเหลือเฟิ่งหวู่เต้าและคนอื่นๆหลบหนีไปจากนิกายหยินหมิง
 
อนิจจามันไม่พบโอกาสอันใดเลย
 
เพราะมันพบว่ารองประมุขนิกายหยินหมิงที่เป็นผู้นำทีมล่าทาสและจับตัวมันมา คล้ายสามารถล่วงรู้ความคิดของมันได้ เช่นนั้นอีกฝ่ายจึงแวะเวียนมาจับตาดูความเคลื่อนไหวของมันอยู่บ่อยครั้ง
 
และถึงแม้รองประมุขนิหายหยินหมิงคนนี้จะไม่มาจับตาดูมันเอาไว้ แต่ป๋ายลี่หงก็พบว่าเป็นเรื่องยากนักหากคิดจะช่วยเหลือพวกเฟิ่งหวู่เต้าหลบหนี
 
นั่นเพราะในสถานที่ๆพวกนิกายหยินหมิงใช้ควบคุมตัวเหล่าทาสเอาไว้ มียอดฝีมือครึ่งก้าวเซียนมากมายคอยเฝ้าระวัง
 
หากมันพบพานครึ่งก้าวเซียนตัวต่อตัว ด้วยพลังฝีมือย่อมสามารถต่อกรกระทั่งหลบหนีไปได้ หากแต่คิดพาพวกเฟิ่งหวู่เต้าไปด้วย นับเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้!
 
เพราะสุดท้ายแล้วพวกเฟิ่งหวู่เต้าก็มีด้วยกันทั้งสิ้น 7 คน!
 
“ต้วนหลิงเทียน แขกกิตติมศักดิ์ของตระกูลซือถูแห่งเมืองหลวง?”
 
หลังจากได้รับทราบเรื่องราวของ ท่านต้วน แขกกิตติมศักดิ์ของตระกูลซือถูที่แพร่กระจายไปทั่วประเทศฝูเฟิง ใจของป๋ายลี่หงก็อดไม่ได้ที่จะเต็มไปด้วยความตกตะลึง
 
เพราะหลังจากที่ทราบว่า ท่านต้วน แขกกิตติมศักดิ์ของตระกูลซือถู กลับมีนามเต็มว่าต้วนหลิงเทียน ป๋ายลี่หงก็มั่นใจเต็ม 10 ส่วนว่าสมควรเป็นต้วนหลิงเทียนศิษย์น้องมันแน่!
 
เพราะก่อนหน้านี้มันเคยกล่าวเปรยกับศิษย์น้องของมันไว้บ่อยครั้งว่าอยากมาลงหลักปักฐานที่ประเทศฝูเฟิง!
 
และมันก็ไม่เพียงแต่จะมาจริง ยังนำพาพวกเฟิ่งหวู่เต้ามาด้วย
 
น่าเสียดายที่กลุ่มล่าทาสของนิกายหยินหมิงกลับปรากฏตัวขึ้นระหว่างทาง ยังผลให้พวกมันถูกจับมาด้วยกันทั้งหมด
 
“ว่าแต่ศิษย์น้องไปทำเอาอีท่าไหนกันแน่ถึงได้จับพลัดจับผลูไปเป็นแขกกิตติมศักดิ์ของตระกูลซือถูแห่งเมืองหลวงได้? ถึงแม้ตระกูลซือถูจะเป็นขุมพลังชั้น 7 เหมือนกันกับนิกายหยินหมิง หากแต่พลังอำนาจกลับเหนือกว่ากันอย่างมาก! นิกายหยินหมิงมีขอบเขตเซียนแค่ 2 คนเท่านั้น”
 
ก่อนที่จะมายังประเทศฝูเฟิง ป๋ายลี่หงก็เคยได้ยินเรื่องราวของตระกูลซือถูในเมืองหลวงมาก่อน
สำหรับ ‘นิกายหยินหมิง’ นั้น มันไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลย
 
จากจุดนี้ย่อมเห็นได้ชัดว่า นิกายหยินหมิง นั่นอ่อนด้อยกว่าตระกูลซือถู
 
อย่างไรก็ตามศิษย์น้องของมันกลับได้เป็นถึงแขกกิตติมศักดิ์ของตระกูลซือถูที่ยิ่งใหญ่นั่น?
 
“ศิษย์น้องผู้นี้ช่างขยันสร้างความประหลาดใจให้ข้าเสียจริงๆ…”
 
เหตุผลที่ว่าทำไมป๋ายลี่หงปักใจว่าแขกกิตติมศักดิ์ของตระกูลซือถูคือต้วนหลิงเทียนศิษย์น้องมันแน่ๆ ไม่ใช่แค่เพียงเรื่องที่มันเคยเปรยไว้ว่าอยากมาประเทศฝูเฟิง
 
แต่เป็นเพราะแขกกิตติมศักดิ์ของตระกูลวซือถูที่ว่า ยังมีอายุไม่ถึง 40 ปี!
 
และศิษย์น้องของมันก็มีอายุน้อยกว่า 40 ปี!
 
“ความก้าวหน้าของศิษย์น้องช่างอัศจรรย์เหลือเชื่อนัก…กระทั่ง แม่นางเฟิ่ง แห่งนิกายอัคคีล่องลอยยังปราชัย”
 
ป๋ายลี่หงถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง
 
ตอนที่ยังอยู่ในสำนักจันทร์จรัสแสงของ 9 พันธมิตร มันย่อมไม่เคยได้ยินเรื่องราวของแม่นางเฟิ่งแห่งนิกายอัคคีล่องลอยมาก่อน
 
ทว่าหลังจากมาถึงประเทศฝูเฟิงแล้ว นามนี้ก็เป็นดั่งอัสนีกึกก้องที่คอยวนเวียนอยู่ในหูมันตลอดเวลา เพราะนั่นคือตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดายอดฝีมือรุ่นเยาว์ของประเทศฝูเฟิง!
 
รุ่นเยาว์อันดับหนึ่งแห่งประเทศฝูเฟิง ที่แท้กลับเป็นสตรีจริงๆ! ป๋ายลี่หงยังอดตะลึงไปเสียไม่ได้ยามพบอัตลักษณ์ของอีกฝ่าย!!
 
ไม่ใช่ว่ามันดูถูกอิสตรีแต่อย่างใด
 
หากแต่โดยเนื้อแท้แล้วสตรีเกิดมาก็อ่อนด้อยกว่าบุรุษตามธรรมชาติ การที่อิสตรีสามารถประสบผลสำเร็จได้ นั่นหมายความว่าศักยภาพและพรสวรรค์ของนางต้องเด่นล้ำเหนือบุรุษไปมากโขจริงๆ!
 
ตอนนั้นมันยังอดคิดไปเสียไม่ได้ ว่าแม่นางเฟิ่งผู้นี้กับศิษย์น้องต้วนหลิงเทียนของมัน ที่แท้ผู้ใดจะร้ายกาจกว่ากัน
 
มาตอนนี้ข้อเท็จจริงได้มอบคำตอบนั่นแก่มันแล้ว!
 
แขกกิตติมศักดิ์ตระกูลซือถู ท่านต้วน หรือก็คือต้วนหลิงเทียน…สามารถเอาชนะ แม่นางเฟิ่ง แห่งนิกายอัคคีล่องลอย และช่วงชิงอันดับที่ 23 ในรายนามนภามาเป็นของตัวเอง!
 
“ในเมื่อศิษย์น้องอยู่ที่ตระกูลซือถูอีกทั้งยังเป็นถึงแขกกิตติมศักดิ์…หากศิษย์น้องขอความช่วยเหลือจากตระกูลซือถู พวกมันย่อมไม่ปฏิเสธแน่”
 
คิดถึงจุดนี้ป๋ายลี่หงก็อดไม่ได้ที่จะโล่งใจ “ในที่สุดทุกคนก็มีหนทางรอดแล้ว”
 
ที่ป๋ายลี่หงพึมพำว่า ‘ทุกคน’ นั้น ไม่ใช่เพราะมันแต่เป็นเพราะคนอื่นๆ
 
ก่อนหน้านี้มันไม่เห็นว่าจะมีหนทางไหนช่วยเหลือพวกเฟิ่งหวู่เต้าได้เลย
 
หากแต่ตอนนี้มันเห็นแสงอรุณแห่งความหวังแล้ว และผู้ที่มอบแสงอรุณแห่งความหวังนี้ให้มันกลับเป็นศิษย์น้องของมันเอง ที่ได้กลายเป็นแขกกิตติมศักดิ์ของตระกูลซือถู!
 
‘ตอนนี้เรื่องที่สำคัญที่สุดคือหาข้ออ้างเข้าเมืองหลวง…และหาวิธีส่งข่าวให้ศิษย์น้อง’
 
ต่อมาป่ายลี่หงก็เริ่มครุ่นคิดหาวิธีในใจ ‘ถึงแม้ตัวข้าจะสามารถลอบออกไปได้ แต่หากข้าไปรองประมุขนิกายหยินหมิงผู้นั้นสมควรมีโมโหไม่น้อย สุดท้ายก็ต้องไปลงกับพวกเฟิ่งหวู่เต้า…หากข้าไปหาคนช่วยเหลือแต่พอกลับมาทุกคนตกตายหมดสิ้น แล้วจะยังไปหาผู้ช่วยเพื่ออันใด’
 
ป๋ายลี่หงรู้ว่ามันต้องหาข้ออ้างที่เหมาะสมให้คนของนิกายหยินหมิง เพื่อให้สามารถเดินทางไปยังเมืองหลวงของประเทศฝูเฟิงได้โดยไม่มีพิรุธ
 
‘ใช่แล้ว!’
 
ไม่นานป๋ายลี่หงก็ครุ่นคิดหาวิธีจนได้ ยังไม่รอช้าอะไรเร่งไปหารองประมุขนิกายหยินหมิงที่จับมันกับเฟิ่งหวู่เต้าและคนอื่นๆมาทันที เมื่อพบอีกฝ่ายก็เร่งกล่าวออกไปอย่างไม่รอช้า “รองประมุขถาน ข้าคิดเข้าเมืองหลวงของประเทศฝูเฟิงเพื่อซื้อหาวัตถุดิบสำหรับจาจารึกอาคมเซียนสักครา”
 
“ซือวัตถุดิบเพื่อจารึกอาคมเซียนงั้นเหรอ?”
 
ได้ยินวาจาของป๋ายลี่หง รองประมุขนิกายหยินหมิง ถานฉี ชายชราในชุดคลุมลมดำที่มีรูปร่างกำยำพลันขมวดคิ้วทันที “เจ้าต้องการวัตถุดิบอันใดข้าจักไปดูในคงคลังให้ และหากในคลังมิมีข้าจะให้คนไปซื้อหามาให้เอง”
 
“รองประมุขถาน วัตถุดิบที่ข้าต้องการ บอกตรงๆข้าก็ยังไม่แน่ใจว่าจะซื้ออะไรบ้าง มีแต่ต้องไปมองหาด้วยตาตัวเองเท่านั้น”
 
ทันทีที่ป๋ายลี่หงกล่าวเรื่องนี้ออกมา สีหน้าท่าทางของถานฉีแปรเปลี่ยนไปทันใด ยังเผยความจริงจังขึ้นหลายส่วนจับจ้องมองมายังป๋ายลี่หงด้วยสายตาคมกล้า และคล้ายกำลังจะปฏิเสธออกมา
 
ทว่าทันใดนั้นเอง ป๋ายลี่หงชิงกล่าวออกมาเสียก่อน “วัตถุดิบที่ข้าต้องการนั้น ข้าคิดนำมาทดลองจารึกอาคมเซียนระดับ 4 ดาว…เพราะตอนนี้ข้าสัมผัสได้ว่าข้าใกล้จะปลายเป็นปรมาจารย์จารึกเซียนระดับ 4 ดาวเต็มที…ตราบใดที่มีวัตถุดิบที่เหมาะสมให้ข้าทดลองจารึกและศึกษาดู…ไม่แน่ข้าอาจจะบรรลุถึงขอบเขตปรมาจารย์จารึกเซียนระดับ 4 ดาวได้ในเวลาไม่นาน”
 
ปรมาจารย์จารึกเซียนระดับ 4 ดาว!
 
ต้องกล่าวเลยว่าวาจานี้ของป๋ายลี่หงมีอานุภาพสะท้านใจมันนัก! ยังเต็มไปด้วยความล่อลวงถึงที่สุด! อย่างน้อยๆถานฉี รองประมุขนิกายหยินหยางก็อดไม่ได้ที่จะชักสีหน้ามีสุขยินดีขึ้นมาออกหน้าออกตา!!
 
นิกายหยินหมิงของพวกมันไม่มีปรมาจารย์จารึกเซียนระดับ 4 ดาวแม้แต่คนเดียว!
 
กระทั่งปรมาจารย์จารึกเซียนระดับ 3 ดาว แม้นับรวมป๋ายลี่หงแล้ว พวกมันก็มีแค่ 2 คนเท่านั้น!
 
‘หากพวกเรามีปรมาจารย์จารึกเซียนระดับ 4 ดาวล่ะก็…’
 
พอคิดถึงเรื่องนี้สีหน้ารองประมุขนิกายหยินหมิง ถานฉี ก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้น พอหันมองป๋ายลี่หงอีกครั้งสีหน้าแววตากลับกลายเป็นยิ้มร่าแลดูใจดีขึ้นหลายส่วน “เช่นนี้เองหรอกหรือ….ท่านปรมาจารย์ป๋ายทีหลังอย่าได้เกรงใจ แล้วท่านจักไปเมื่อใดเล่าข้าจะไปกับท่านด้วย?”
 
“ไปกันพรุ่งนี้เถอะ”
 
ป๋ายลี่หงไม่แปลกใจอะไรเรื่องที่ถานฉีขอติดตามมันไปเมืองหลวงด้วย
 
บางทีถ้าถานฉีไม่ขอตามไปด้วย นั่นล่ะสมควรทำให้มันแปลกใจมากกว่า!
 
‘ศิษย์น้อง อีกมินานพวกเราจะได้พบกันอีกครั้ง!’
 
หลังจากที่ถานฉีตอบรับคำขอแล้ว ใจของป๋ายลี่หงก็ตื่นเต้นขึ้นมาอย่างยากระงับ
 
ถึงแม้มันจะถูกกักตัวไว้ที่นิกายหยินหมิง แต่มันก็เฝ้ากังวลเรื่องความปลอดภัยของต้วนหลิงเทียนมาโดยตลอด ตอนนี้พอได้รับทราบข่าวคราวของต้วนหลิงเทียน มันจึงแทบอดทนรอพบเจออีกฝ่ายไม่ไหวแล้ว!

คอมเม้นต์

การแสดงความเห็นถูกปิด