War sovereign Soaring The Heavens ตอนที่ 1507

อ่านนิยายจีนเรื่อง War Sovereign Soaring The Heavens ตอนที่ 1507 3Novel | อ่านนิยายออนไลน์ นิยายแปลไทย อ่านนิยายฟรี.

ความจริงเปิดเผย
 
ศิษย์สำนักจันทร์จรัสแสงที่รีบร้อนวิ่งเข้ามาหน้าตั้งนั้น เป็นศิษย์ฝ่ายในธรรมดาที่มาประจำการ และที่มันรีบร้อนเข้ามาก็เพราะตื่นตระหนกกับข่าวที่พึ่งได้รับทราบ
 
ตอนนี้พอถูกทุกสายตาในห้องของตัวตนทรงพลังทั้งหลายจ้องมาก็บังเกิดเป็นแรงกดดันไม่น้อย ทำให้มันถึงกับชะงักค้าง มีวาจาคิดกล่าวก็ไม่อาจกล่าวออก…
 
“เจ้าไม่ต้องกลัวอันใด กล่าวมาเถอะ”
 
เมื่อเห็นว่าศิษย์สำนักจันทร์จรัสแสงคนนี้ตื่นกลัว รองเจ้าสำนักจันทร์จรัสแสงก็กล่าวปลอบออกมา
 
พอได้วาจาปลอบประโลมจากรองเจ้าสำนัก อาการตื่นตระหนกก็คลายลง มันสูดลมหายใจเข้าลึกๆไม่กี่คำ ค่อยกล่าวเรื่องราวออกมา “ยามนี้ข่าวที่แพร่กระจายไปทั่วทั้งเมืองหานเหอ ล้วนถูกปล่อยออกมาจากตลาดมืดหยินชาน…ที่พวกมันทำลายตระกูลโอวหยาง เพราะมีคนของตระกูลโอวหยางหาญกล้าแอบอ้างเป็นคนของตลาดมืดหยินชาน!!”
 
ตลาดมืดหยินชาน!
 
สิ้นคำศิษย์สำนักจันทร์จรัสแสง ทุกคนในห้องถึงกับอุทานออกมาดังอา ปากยังอ้าค้างเอาไว้!
 
“ฮึ่ม! วันหลังหากไร้หลักฐานอันใด ก็อย่าได้กล่าวเหลวไหล!!”
 
หลังถานเฉวียนกลับมารู้สึกตัว มันก็ว่ายตามองคนของขุมพลังทั้ง 8 รอบหนึ่ง ค่อยแสยะยิ้มกล่าวตวาดออกมาเสียงเย็นอย่างถากถาง
 
เผชิญกับวาจาเย้ยเยาะของถานเฉวียนรอบนี้ คนของทั้ง 8 ขุมพลังได้แต่จุกอยู่ในอก ไร้คำใดจะกล่าวตอบโต้
 
สุดท้ายแล้วพวกมันก็เป็นฝ่ายผิดเองที่ด่วนสรุป
 
“ท่านรองเจ้าสำนักถานตอนนี้พวกเราอย่าได้กังวลเรื่องนี้อีกเลย พวกเรามาหารือกันถึงเรื่องที่ตลาดมืดหยินชานกระทำเถอะ…คราวนี้พวกมันนับว่าล้ำเส้นเกินไปแล้ว! พวกมันรู้ทั้งรู้ว่าสกุลโอวหยางได้รับการสนับสนุนจากพวกเรา 9 พันธมิตร แต่พวกมันยังกล้าลงมือฆ่าล้างทั้งตระกูล!!”
 
ชายชราเคราขาวยาวเฟื้อยกล่าวออกหน้าเคร่ง
 
“เจ้ากล่าวเช่นนั้นก็ไม่ได้…ตลาดมืดหยินชานกล่าวบอกออกมาแล้ว ว่ามีคนของตระกูลโอวหยางกล้าแอบอ้างเป็นพวกมัน ถึงได้ลงมือฆ่าล้างตระกูลเช่นนี้”
 
“ถูกแล้ว! คราวนี้เป็นคนของสกุลโอวหยางแส่หาเรื่องเองแท้ๆ!”
 
“ข้าเองก็เคยได้ยินประกาศิตของตลาดมืดหยินชานมา…หากผู้ใดกล้าสมอ้างเป็นพวกมัน ฆ่าไม่ละเว้น!”
 
“ครั้งนี้ตระกูลโอวหยางผิดเอง ยังจะมีผู้ใดช่วยมันได้?”
 
……
 
เหล่าตัวตนระดับสูงของทั้ง 9 ขุมพลังไม่เว้นสำนักจันทร์จรัสแสง เห็นด้วยว่าครั้งนี้สกุลโอวหยางแส่หาเรื่องเอง พวกมันจะถูกตลาดมืดหยินชานฆ่าล้างก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้
 
ยิ่งไปกว่านั้นประกาศิตข้อนี้ของตลาดมืดหยินชานก็เป็นที่รู้กันดี ว่ามันคือกฏที่ไม่อาจละเมิด!
 
คนในสกุลโอวหยางก็ไม่ใช่ว่าจะไม่รู้!
 
แต่ถึงกระนั้นคนในสกุลโอวหยางก็ยังกล้าแอบอ้างเป็นคนของตลาดมืดหยินชาง เป็นพวกมันรนหาที่ตายเอง!
 
“พวกเจ้าจะกล่าวเช่นนี้ก็ไม่ถูก…ถึงตระกูลโอวหยางอาจจะผิด แต่นี่จะไม่ทำเกินไปหน่อยหรือ? ไฉนไม่เพียงฆ่าแค่คนผิดกลับลงมือเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์เช่นนี้!”
 
“มิผิด! ข้าเองก็คิดว่าตลาดมืดหยินชานกระทำเกินไปแล้ว ดูเหมือนพวกมันจะไม่เห็นหัวพวกเราเลย!”
 
“ข้าเองก็รู้สึกเช่นนั้น พวกเราส่งคนไปหาคำอธิบายจากพวกมันเถอะ!”
 
……
 
นอกจากผู้ที่เห็นด้วยแล้ว ก็มีไม่กี่คนที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของตลาดมืดหยินชาน ตัวตั้งตัวตีหนึ่งในนั้นเป็นคนของสำนักยันต์ลี้ลับ
 
ส่วนที่เหลือก็เป็นผู้ที่ใกล้ชิดกับสำนักยันต์ลี้ลับ
 
เรื่องที่สำนักยันต์ลี้ลับนั้นเป็นศัตรูที่ไม่อาจอยู่ร่วมโลกเดียวกันได้กับตลาดมืดหยินชาน ไม่ใช่ความลับใน 9 พันธมิตร
 
ทั้งหมดนี้เพียงเพราะเจ้าสำนักยันต์ลี้ลับคนก่อน ปรมาจารย์ยันเต๋าระดับ 3 ดาวตกตายด้วยมือสังหารของตลาดมืดหยินชาน!
 
ทั้งหมดสืบเนื่องมาจากการกดขี่ข่มเหงของตลาดมืดหยินชาน ที่บีบคั้นให้เจ้าสำนักยันต์ลี้ลับกล่าวคำสาบานต่อทัณฑ์สวรรค์เก้าเก้า
 
เนื้อหาคำสาบานที่ต้องกล่าวต่อทัณฑ์สวรรค์เก้าเก้านั้นก็คือ มันไม่อาจส่งมอบยันต์เต๋าจู่โจมระดับ 3 ดาวให้แก่ผู้ใดได้เด็ดขาดหากไม่ใช่คนของสำนักยันต์ลี้ลับ
 
อีกทั้งทุกคนในสำนักยันต์ลี้ลับต้องกล่าวคำสาบานออกมาอีก ว่าหากใครมียันต์เต๋าจู่โจมระดับ 3 ดาวไว้ในครอบครอง ต้องไม่ใช้ยันต์เต๋าจู่โจมระดับ 3 ดาวกับคนนอกเด็ดขาด!
 
ด้วยเหตุนี้ต่อให้สำนักยันต์ลี้ลับจะมีปรมาจารย์ยันต์เต๋าระดับ 3 ดาวที่สามารถเขียนยันต์เต๋าจู่โจมระดับ 3 ได้ก็ไร้ค่า!
 
สำนักยันต์ลี้ลับเองก็ต้องเสียผลประโยชน์ทางธุรกิจไป!
 
เรื่องนี้เป็นความอัปยศครั้งใหญ่ของสำนักยันต์ลี้ลับมาโดยตลอด เช่นนั้นพวกมันจึงมองตลาดมืดหยินชานเป็นศัตรูที่มิอาจอยู่ร่วมโลกเดียวกันได้
 
สำหรับเรื่องที่ตลาดมืดหยินชานบีบบังคับให้สำนักยันต์ลี้ลับต้องกล่าวสาบานแบบนี้ เพราะพวกมันไม่อยากให้มีใครในพื้นที่ 9 พันธมิตรมียันต์เต๋าจู่โจมระดับ 3 ดาวไว้ในครอบครอง
 
เพราะนี่จะส่งผลกระทบต่อ ‘ธุรกิจ’ ของพวกมัน!
 
ลองนึกภาพว่านักฆ่าระดับ 2 ดาราที่มีขอบเขตพลังฝึกปรือสู่เซียนขั้นสมบูรณ์แบบ กำลังจะลอบสังหารเป้าหมายที่มีพลังฝึกปรือต่ำกว่า ทว่าอีกฝ่ายกลับมียันต์เต๋าจู่โจมระดับ 3 ดาวไว้ในครอบครอง จนสามารถฆ่ามือสังหารได้…
 
เช่นนั้นภารกิจก็ล้มเหลวแล้ว!
 
ภารกิจล้มเหลวย่อมส่งผลต่อ ‘ความน่าเชื่อถือ’ ของตลาดมืดหยินชาน
 
สำหรับตลาดมืดหยินชานแล้วความน่าเชื่อถือสำคัญที่สุด!
 
ด้วยเหตุนี้ตลาดมืดหยินชานจึงไม่อนุญาตให้คนในพื้นที่ปกครอง 9 พันธมิตรมียันต์เต๋าจู่โจมระดับ 3 ดาวไว้ในครอบครอง
 
“เหอะ! ในเมื่อเจ้าอยากส่งคนไปหาคำอธิบายจากตลาดมืดหยินชาน พวกเจ้าก็ไปกันเองเถอะ…ข้าขออภัยด้วยแต่ต้องบอกว่าพวกเรามิเห็นด้วยเรื่องนี้!”
 
รองเจ้าสำนักจันทร์จรัสแสงอย่างถานเฉวียน ย่อมรู้เรื่องราวความบาดหมางระหว่างสำนักยันต์ลี้ลับกับตลาดมืดหยินชานดี ย่อมไม่บ้าจี้ตามคำยุยง
 
“ถูกแล้ว! พวกเจ้าไปกันเองเถอะ หากพวกเจ้าหาคำอธิบายทั้งเจรจาเรื่องราวสำเร็จ พวกเราจักจัดงานเลี้ยงฉลองให้พวกเจ้าเอง!”
 
“ถูกแล้ว”
 
……
 
อาวุโสทั้งหลายที่ไม่ได้สนิทสนมกับคนของสำนักยันต์ลี้ลับกล่าวออกมา
 
ในฐานะที่เป็นอาวุโสระดับสูงๆของแต่ละขุมพลัง พวกมันคนใดยังไม่ใช่ ‘แพะชรา’ มากประสบการณ์? ไหนเลยจะถูกวาจาไม่กี่คำของคนสำนักยันต์ลี้ลับลากลงเหวได้…
 
พวกมันไม่มีใครคิดเป็น ‘มีด’ ให้สำนักยันต์ลี้ลับ!
 
สำหรับขุมพลังอื่นๆที่มีการซื้อขายกับสำนักยันต์ลี้ลับ ก็ได้แต่นิ่งเงียบ…แต่ในใจก็ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้เช่นกัน
 
แม้พวกมันจะมีสัมพันธ์อันดี แต่ก็ไม่ได้ดีถึงขนาดนั้น
 
9 พันธมิตรแม้จะจับมือเป็นพันธมิตรกัน แต่ก็ไม่ได้สมัครสมานกลมเกลียวกันแต่อย่างใด
 
หากตลาดมืดหยินชานไม่คิดทำลายล้าง 9 พันธมิตรจริงๆจังๆ พวกมันก็ไม่มีวันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้
 
และตลอดหลายปีที่ผ่านตลาดมืดหยินชานก็ไม่คล้ายมีความคิดเช่นนั้น
 
“เจ้า…พวกเจ้า!”
 
ชายชราเครายาวเฟื้อยของสำนักยันต์ลี้ลับพอได้ยินคำของถานเฉวียนกับคนอื่นๆ มันก็มีโมโหไม่น้อย “พวกเรามิได้เป็นพันธมิตรกันหรือไร!?”
 
“รองเจ้าสำนักยันต์ลี้ลับ ท่านลืมเหตุผลที่พวกเราต้องจัดตั้ง 9 พันธมิตรขึ้นมาแล้วหรือ?”
 
ถานเฉวียนกล่าวเย้ยออกมา “คราวนี้ตลาดมืดหยินชานกลับมิคิดปกปิดการกระทำของพวกมัน ทั้งที่พวกมันจะปกปิดเรื่องฆ่าล้างตระกูลโอวหยางเอาไว้ก็ได้…ที่พวกมันกระจายข่าวออกมาเช่นนี้ ล้วนเป็นเพราะมันคิดเตือนพวกเรา!”
 
“คราวนี้ที่ตระกูลโอวหยางพบภัยพิบัติล่มสลาย แม้จะเกินเลยไปบ้าง…แต่นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเราเห็นวิธีที่ตลาดมืดหยินชานลงมือหรือไร?”
 
กล่าวถึงจุดนี้ สายตาถานเฉวียนที่มอง เหอหยิน รองเจ้าสำนักยันต์ลี้ลับก็เผยประกายคมกล้าออกมา
 
“ถานเฉวียน!”
 
หน้าเหอหยินจมลงทันใด มีโทสะไม่น้อย!
 
มันย่อมรู้ความนัยที่แฝงอยู่ในวาจาถานเฉวียนดี!
 
เรื่องนี้ไม่มีอะไรมากกว่า เหตุการณ์ครั้งก่อนที่อดีตเจ้าสำนักยันต์ลี้ลับถูกยอดฝีมือของตลาดมืดหยินชานฆ่าตาย และมือสังหารยังบีบบังคับให้สำนักยันต์ลี้ลับต้องกล่าวคำสาบานกันหมด!
 
“รองเจ้าสำนักถาน ท่านไม่กล่าวแรงไปหน่อยหรือ…ถึงท่านมิกล้าแข็งข้อกับตลาดมืดหยินชาน แต่ก็มิจำเป็นต้องขุดคุ้ยเรื่องราวในอดีตมายกยอตลาดมืดหยินชาน เพื่อสะกดข่มความฮึกเหิมของพวกเราเช่นนี้มิใช่หรือไร?”
 
ชายวัยกลางคนหน้าตาอัปลักษณ์กล่าว
 
“ผายลม!”
 
ถานเฉวียนหัวเราะเยาะ “ข้ากล่าวแรงอันใด? ข้าไปยกยอตลาดมืดหยินชานมาสะกดข่มความฮึกเหิมของพวกเราตรงที่ใด โปรดท่านอธิบายให้ข้าฟังสักคำเถอะ!?”
 
ได้ยินคำจี้ถามของถานเฉวียน ชายวัยกลางคนหน้าอัปลักษณ์ก็เงียบไปไร้คำจะกล่าว
 
สิ่งที่ถานเฉวียนกล่าว อีกฝ่ายไม่ได้กล่าวตรงๆ แต่เป็นมันที่ร้อนตัวไปเอง
 
ไม่ใช่แค่มัน อันที่จริงทุกคนย่อมสามารถผูกโยงเรื่องราวได้
 
ถานเฉวียนกล่าวแบบนี้ ยังมีเจตนาอื่นใดหากไม่คิดจี้แผลสำนักยันต์ลี้ลับ?
 
อย่างไรก็ตามถานเฉวียนไม่ได้กล่าวออกมาตรงๆ เช่นนั้นก็ไม่นับว่ากล่าวถึงสำนักยันต์ลี้ลับ!
 
หากมันกล่าวออกมาตรงๆแน่นอนว่าต้องเป็นการผิดใจกับสำนักยันต์ลี้ลับ เช่นนั้นมันจึงไม่โง่กล่าวออกมาตรงๆ
 
อย่างไรก็ตามเรื่องนี้พูดไปแล้วหากให้พวกมันไปหาคำอธิบายหรือเจรจาอะไรพวกมันก็ไม่มีทางยอมไป! ว่ากันตามตรงทั้งหลายยังเห็นด้วยกับถานเฉวียนไม่น้อย!
 
หากนิกายยันต์ลี้ลับหรือสำนักจันทร์จรัสแสงไปเจรจาหาความกับตลาดมืดหยินชานได้จริงๆพวกมันย่อมเห็นดีด้วย
 
แต่หากให้พวกมันไปเอง พวกมันไม่มีใครอยากไป
 
ถึงแม้ตลาดมืดหยินชานสาขา 9 พันธมิตรจะเป็นสาขาที่อ่อนด้อยที่สุด แต่ก็ไม่ใช่อะไรที่พวกมันจะไปตอแยด้วยได้!
 
‘หากศิษย์น้องต้วนรู้ว่าตระกูลโอวหยางล่มสลายไปแล้วแบบนี้ มิรู้จะยินดีหรือไม่?’
 
ลูกตาต่งฮุยเหม่อลอยไปเล็กน้อย คนลอบคิดในใจ
 
ไม่ว่าเรื่องราวทางด้านเมืองหานเหอจะปั่นป่วนวุ่นวายเพียงใด ต้วนหลิงเทียนแน่นอนว่าย่อมไม่รู้เรื่อง เพราะตอนนี้เขากำลังมุ่งหน้ากลับสำนักจันทร์จรัสแสง
 
แม้จะใช้ความเร็วในปัจจุบัน การกลับสำนักจันทร์จรัสแสงก็ยังต้องใช้ระยะเวลาสักพัก
 
ระยะทางจากเมืองหานเหอกับสำนักจันทร์จรัสแสง ค่อนข้างห่างกันพอสมควร
 
พอต้วนหลิงเทียนกลับมาถึงสำนักจันทร์จรัสแสง และได้รับทราบถึงการล่มสลายของตระกูลโอวหยาง เขาก็อึ้งไปเช่นกัน
 
“แอบอ้างเป็นคนของตลาดมืดหยินชาน?”
 
และทันทีที่ต้วนหลิงเทียนรับทราบข่าวเรื่องนี้ สิ่งแรกที่เขานึกถึงก็คือ…คืนนั้นตอนที่เขาปะทะกับโอวหยางชิงและโอวหยางชาน อาวุโสลำดับ 2 ของสกุลหาน…ดูเหมือนพวกมันจะกล่าวแอบอ้างเป็นคนของตลาดมืดหยินชานจริงๆ
 
ในตอนนั้นเขาเองก็ยืนยันได้ทันทีว่าโอวหยางชานไม่สมควรเป็นคนของตลาดมืดหยินชาน
 
อย่างไรก็ตามเขาไม่คิดไม่ฝันเลยจริงๆ ว่าวาจาแอบอ้างเพียงไม่กี่คำนั่นจะกลายเป็นการจุดชนวนเภทภัยให้กับสกุลโอวหยาง ถึงขั้นถูกฆ่าล้างทั้งตระกูล…
 
‘นอกจากโอวหยางชานที่ตาย ก็มีแค่โอวหยางชิงกับข้าที่รู้เรื่องการอ้างตัวเป็นคนของตลาดมืดหยินชาน…โอวหยางชิงมันทำเรื่องราวรั่วไหลงั้นเหรอ?’
 
คิดถึงจุดนี้ต้วนหลิงเทียนก็ส่ายหัวไปมา เพราะไม่น่าจะเป็นไปได้
 
‘ถ้าไม่ใช่โอวหยางชิงพลั้งปากบอกออกไป…แสดงว่าคืนนั้นมีบุคคลที่ 4 อยู่ด้วย!’
 
คิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหนาวไปทั่วกาย
 
คนที่สามารถปกปิดร่องรอยได้อย่างสมบูรณ์จากสัมผัสของเขา อย่างน้อยๆมันต้องเป็นสู่เซียนขั้นยิ่งใหญ่…ไม่สิ! มันน่าจะเป็นถึงตัวตนในขอบเขตเซียน!
 
หากตัวตนระดับนั้นคิดฆ่าเขาขึ้นมา เกรงว่าต่อให้เขามียันต์เต๋าจู่โจมระดับ 3 ดาวเป็นเข่ง ก็ไม่อาจรอดพ้นความตายไปได้!
 
จังหวะนี้ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสงบอารมณ์ที่พุ่งพล่านขึ้นมา

คอมเม้นต์

การแสดงความเห็นถูกปิด