The Alchemist God ทะลุมิติเทพศาสตรา ตอนที่49 มังกรมีเกล็ดย้อน 1

อ่านนิยายจีนเรื่อง The Alchemist God ทะลุมิติเทพศาสตรา ตอนที่ 49 มังกรมีเกล็ดย้อน 1 3Novel | อ่านนิยายออนไลน์ นิยายแปลไทย อ่านนิยายฟรี.

EP.49 มังกรมีเกล็ดย้อน 1

“องค์หญิงซี ท่านคิดว่าพลังวิญญาณยุทธ์ของเจ้าเมืองน้อยเป็นอย่างไรบ้างขอรับ” ชวีฉู่จิบชาหอมกรุ่นแล้วยิ้มถาม
       ถังเสี่ยวซีฟุบหน้าอยู่บนโต๊ะรู้สึกเบื่อสุดขีด มองไกลออกไปยังลานประลอง “ความแข็งแกร่งของวิญญาณยุทธ์นั้นไม่เลว แค่ค้อนอัสนีอันดับหก แต่ฝึกมาถึงขั้นนี้ได้ก็ไม่เลวเหมือนกัน เพียงแต่เขาลงมืออำมหิตนัก”
       ถัดไปด้านข้าง กล้ามเนื้อบนใบหน้าของฮว๋าเทียนกระตุกเล็กน้อย
       ถังเสี่ยวซีพูดโดยไม่ได้คำนึงถึงความรู้สึกของท่านเจ้าเมืองผู้นี้เลยแม้แต่น้อย ฮว๋าเทียนก็เหมือนกับลูกชายของเขา ที่มีวิญญาณยุทธ์เป็นค้อนอัสนีอันดับหกด้วยกันทั้งคู่ คำพูดของถังเสี่ยวซีถือเป็นการดูถูกค้อนอัสนี แต่จิ้งจอกอัคคีซึ่งเป็นวิญญาณยุทธ์อันดับสองในอ้อมกอดของถังเสี่ยวซี ก็ทำให้ฮว๋าเทียนพูดอะไรไม่ออก
       ยิ่งไปกว่านั้นฐานะของอีกฝ่ายก็สูงส่งเกินไป เขาไม่กล้าทำให้อีกฝ่ายรู้สึกขุ่นเคือง
ชางหลันกงถังหลัน ปกครองเมืองชีไห่ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดเมืองใหญ่ของจักรวรรดิ มีประชากรเกือบล้านคน ชนะเมืองเล็กๆ อย่างเมืองหยินซานอยู่แล้ว และนอกจากเมืองชีไห่ ถังหลันยังครอบครองป้อมปราการอีกหลายสิบแห่ง ไม่ว่าจะอำนาจหรือฐานะต่างเหนือกว่าฮว๋าเทียนทั้งสิ้น
      หลังจากชนะคู่ต่อสู้ติดต่อกันถึงสิบสองคน ใบหน้าของฮว๋าหวันก็แสดงความพอใจมากขึ้นเรื่อยๆ จู่ๆ ก็เดินไปริมเวที ชี้นิ้วไปทางหลินมู่อวี่ “หลินมู่อวี่ เจ้าคนชั้นต่ำ ฝึกมาแล้วสามวัน ตอนนี้ก็ได้เวลาที่จะมาประลองกับข้าแล้วใช่ไหมล่ะ”
      หลินมู่อวี่กัดฟันตอบ “ได้!”
      แต่ทันใดนั้น จู่ๆ ฉู่เหยาก็กดไหล่ของหลินมู่อวี่ไว้ “อาอวี่ เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา ให้ข้าไปดูก่อนเถอะ”
       “เดี๋ยวก่อน…”
      ไม่รอให้หลินมู่อวี่พูดจบ ฉู่เหยาก็กระโดดขึ้นไปบนเวทีประลองทันที ในมือถือมีดสั้นคู่ไว้ มองฮว๋าหวันด้วยสายตาเป็นศัตรู แล้วพูดเสียงเรียบ “เข้ามาเลย!”
      ฮว๋าหวันหยุดหัวเราะไม่ได้ มองหน้าอกของฉู่เหยาด้วยสายตาเจ้าชู้ “ข้าก็นึกว่าใคร ที่แท้ก็ฉู่เหยานี่เอง ทำไมหรือ เจ้าอยากจะเป็นอนุคนที่เจ็ดของข้าจนทนไม่ไหวแล้วงั้นหรือ”
       “ไร้ยางอาย!” 
      เสียงหวานๆ ของฉู่เหยาตะโกนขึ้น วิญญาณยุทธ์เตียวม่วงเริ่มขยับ เข้าผนวกรวมกับมีดสั้นคู่ และพุ่งโจมตีทันที สะบัดมีดสั้นออกไปติดต่อกันสามครั้ง ความเยือกเย็นของฮว๋าหวันสูงเกินกว่าที่ฉู่เหยาจะจินตนาการ กระบี่สลายการโจมตีทั้งสามครั้งของฉู่เหยาเหมือนกิ่งต้นหลิ่วต้องลมฤดูใบไม้ผลิ เสียงตะโกนดังขึ้น วิญญาณยุทธ์ค้อนอัสนีปรากฏขึ้นบนกระบี่
       “ปัง! ”
      ประกายไฟกระจายออกมา ฉู่เหยายกมีดสั้นมาตรงหน้าอกป้องกันการโจมตีของคู่ต่อสู้ ทว่ากลับถูกกระแทกจนต้องถอยไปหลายก้าว พลังห่างชั้นกันเกินไป ความบ้าคลั่งของพลังค้อนอัสนีกำลังโจมตีร่างกายของนาง ในที่สุดก็ต้านไม่ไหว กรีดร้องและกระอักเลือดออกมา
       “แม่คนงาม ข้าล่ะไม่อยากทำร้ายเจ้าเสียจริง รีบลงไปซะ เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า ให้หลินมู่อวี่เจ้าสวะนั่นขึ้นมา ข้าจะจัดการสั่งสอนมัน!” ฮว๋าหวันยังคงจำความแค้นครั้งก่อนที่หลินมู่อวี่ใช้หนามของดอกสาลี่เหล็กฟาดหน้าได้อยู่
       ฉู่เหยาไม่ยอมแพ้ ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน วิญญาณยุทธ์เตียวม่วงเข้าไปอยู่มีดสั้น ดวงตาฉายแววเกลียดชัง
       “พี่ฉู่เหยา ลงมาซะ!” หลินมู่อวี่ตะโกนออกคำสั่ง
       ฉู่เฟิงก็ตะโกนเช่นกัน “อาเหยา รีบลงมาเถอะ เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา!”
       แต่ว่าฉู่เหยาเป็นหญิงสาวที่หัวรั้นมากคนหนึ่ง นางอดกลั้นความเจ็บปวด แล้วพุ่งโจมตีคู่ต่อสู้อีกครั้ง เสียงมีดสั้นดังขึ้น ทันใดนั้นวิญญาณยุทธ์ก็เร่งพลัง เตียวม่วงพุ่งเข้าใส่แขนของฮว๋าหวัน และกัดเข้าที่แขนของเขา เลือดทะลักออกมา
       “อ้าก…”
       ฮว๋าหวันเจ็บปวด ใบหน้าเริ่มบูดเบี้ยว ตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด “ข้าไว้หน้าเจ้า เจ้าไม่ต้องการเองนะ”
      พูดจบ เขายกแขนซ้ายขึ้นมา ค้อนอัสนีขนาดยักษ์อันทรงพลังก็กระแทกเข้าที่หน้าอกของฉู่เหยา “ผัวะ” แสงของเตียวม่วงสลายไป ฉู่เหยาได้รับบาดเจ็บสาหัสจนถอยหลังไปหลายเมตร
       “ตายซะ!”
        ฮว๋าหวันคำรามเสียงต่ำ รวบรวมพลังทั้งหมดของตนไปไว้ที่กระบี่เล่มยาวนี้ คมกระบี่ส่งเสียง “วิ้งๆ ” พลังปราณบ้าคลั่ง ขอแค่โจมตีออกไป หน้าอกของฉู่เหยาต้องถูกแทงทะลุสาหัสแน่นอน
   “พรึ่บ!”
       ตอนที่ฉู่เหยากำลังจะหลับตาลง จู่ๆ ก็มีร่างหนึ่งปรากฏขึ้น แผ่นหลังที่คุ้นตาและน้ำเสียงที่คุ้นเคย “ฮว๋าหวัน มีอะไรก็มาลงที่ข้า!”
       หลินมู่อวี่แบมือออกข้างหนึ่ง เรียกวิญญาณยุทธ์ออกมา กำแพงน้ำเต้าปรากฏขึ้นที่หน้าอก พร้อมด้วยพลังของกระดองเต่าทมิฬ!
       ฮว๋าหวันไหนเลยจะสนใจเรื่องพวกนี้ กระบี่สะสมพลังไว้เต็มเปี่ยมและแทงเข้าไปเต็มแรง!
       “ตูม!”
       เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นตลบเต็มลานประลอง หลินมู่อวี่ถอยหลังไปสามก้าว กระแทกเข้าใส่อ้อมอกของฉู่เหยาเบาๆ แต่ฮว๋าหวันนั้นแย่กว่ามาก ถูกกระแทกจนแขนชา มองกระบี่ในมือตัวเองอย่างไม่อยากจะเชื่อ “ปะ…เป็นไปได้อย่างไรกัน”
       เขาไม่อยากจะเชื่อ เขาโจมตีด้วยพลังทั้งหมดของตนเองแล้วทำไมยังถูกหลินมู่อวี่รับไว้ได้ หรือมันจะใช้วิชามาร
       “อาอวี่…” ฉู่เหยามองแผ่นหลังของหลินมู่อวี่อย่างตกตะลึง ตอนนี้นางรู้สึกว่าเงาของชายหนุ่มตรงหน้านั้นใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ถึงขนาดที่ปกป้องตัวเองได้แล้ว
      หลินมู่อวี่หันกลับไปยิ้ม “พี่ฉู่เหยา รีบลงไปเถอะ ท่านแพ้แล้ว การประลองต่อจากนี้เป็นของข้ากับฮว๋าหวัน”
       “อือ” นางเป็นหญิงสาวที่เชื่อฟัง รีบลงจากเวทีอย่างรวดเร็ว ฉู่เฟิงรีบมาตรวจอาการบาดเจ็บของนาง


“องค์หญิงซี ท่านคิดว่าพลังวิญญาณยุทธ์ของเจ้าเมืองน้อยเป็นอย่างไรบ้างขอรับ” ชวีฉู่จิบชาหอมกรุ่นแล้วยิ้มถาม
       ถังเสี่ยวซีฟุบหน้าอยู่บนโต๊ะรู้สึกเบื่อสุดขีด มองไกลออกไปยังลานประลอง “ความแข็งแกร่งของวิญญาณยุทธ์นั้นไม่เลว แค่ค้อนอัสนีอันดับหก แต่ฝึกมาถึงขั้นนี้ได้ก็ไม่เลวเหมือนกัน เพียงแต่เขาลงมืออำมหิตนัก”
       ถัดไปด้านข้าง กล้ามเนื้อบนใบหน้าของฮว๋าเทียนกระตุกเล็กน้อย
       ถังเสี่ยวซีพูดโดยไม่ได้คำนึงถึงความรู้สึกของท่านเจ้าเมืองผู้นี้เลยแม้แต่น้อย ฮว๋าเทียนก็เหมือนกับลูกชายของเขา ที่มีวิญญาณยุทธ์เป็นค้อนอัสนีอันดับหกด้วยกันทั้งคู่ คำพูดของถังเสี่ยวซีถือเป็นการดูถูกค้อนอัสนี แต่จิ้งจอกอัคคีซึ่งเป็นวิญญาณยุทธ์อันดับสองในอ้อมกอดของถังเสี่ยวซี ก็ทำให้ฮว๋าเทียนพูดอะไรไม่ออก
       ยิ่งไปกว่านั้นฐานะของอีกฝ่ายก็สูงส่งเกินไป เขาไม่กล้าทำให้อีกฝ่ายรู้สึกขุ่นเคือง
ชางหลันกงถังหลัน ปกครองเมืองชีไห่ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดเมืองใหญ่ของจักรวรรดิ มีประชากรเกือบล้านคน ชนะเมืองเล็กๆ อย่างเมืองหยินซานอยู่แล้ว และนอกจากเมืองชีไห่ ถังหลันยังครอบครองป้อมปราการอีกหลายสิบแห่ง ไม่ว่าจะอำนาจหรือฐานะต่างเหนือกว่าฮว๋าเทียนทั้งสิ้น
      หลังจากชนะคู่ต่อสู้ติดต่อกันถึงสิบสองคน ใบหน้าของฮว๋าหวันก็แสดงความพอใจมากขึ้นเรื่อยๆ จู่ๆ ก็เดินไปริมเวที ชี้นิ้วไปทางหลินมู่อวี่ “หลินมู่อวี่ เจ้าคนชั้นต่ำ ฝึกมาแล้วสามวัน ตอนนี้ก็ได้เวลาที่จะมาประลองกับข้าแล้วใช่ไหมล่ะ”
      หลินมู่อวี่กัดฟันตอบ “ได้!”
      แต่ทันใดนั้น จู่ๆ ฉู่เหยาก็กดไหล่ของหลินมู่อวี่ไว้ “อาอวี่ เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา ให้ข้าไปดูก่อนเถอะ”
       “เดี๋ยวก่อน…”
      ไม่รอให้หลินมู่อวี่พูดจบ ฉู่เหยาก็กระโดดขึ้นไปบนเวทีประลองทันที ในมือถือมีดสั้นคู่ไว้ มองฮว๋าหวันด้วยสายตาเป็นศัตรู แล้วพูดเสียงเรียบ “เข้ามาเลย!”
      ฮว๋าหวันหยุดหัวเราะไม่ได้ มองหน้าอกของฉู่เหยาด้วยสายตาเจ้าชู้ “ข้าก็นึกว่าใคร ที่แท้ก็ฉู่เหยานี่เอง ทำไมหรือ เจ้าอยากจะเป็นอนุคนที่เจ็ดของข้าจนทนไม่ไหวแล้วงั้นหรือ”
       “ไร้ยางอาย!” 
      เสียงหวานๆ ของฉู่เหยาตะโกนขึ้น วิญญาณยุทธ์เตียวม่วงเริ่มขยับ เข้าผนวกรวมกับมีดสั้นคู่ และพุ่งโจมตีทันที สะบัดมีดสั้นออกไปติดต่อกันสามครั้ง ความเยือกเย็นของฮว๋าหวันสูงเกินกว่าที่ฉู่เหยาจะจินตนาการ กระบี่สลายการโจมตีทั้งสามครั้งของฉู่เหยาเหมือนกิ่งต้นหลิ่วต้องลมฤดูใบไม้ผลิ เสียงตะโกนดังขึ้น วิญญาณยุทธ์ค้อนอัสนีปรากฏขึ้นบนกระบี่
       “ปัง! ”
      ประกายไฟกระจายออกมา ฉู่เหยายกมีดสั้นมาตรงหน้าอกป้องกันการโจมตีของคู่ต่อสู้ ทว่ากลับถูกกระแทกจนต้องถอยไปหลายก้าว พลังห่างชั้นกันเกินไป ความบ้าคลั่งของพลังค้อนอัสนีกำลังโจมตีร่างกายของนาง ในที่สุดก็ต้านไม่ไหว กรีดร้องและกระอักเลือดออกมา
       “แม่คนงาม ข้าล่ะไม่อยากทำร้ายเจ้าเสียจริง รีบลงไปซะ เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า ให้หลินมู่อวี่เจ้าสวะนั่นขึ้นมา ข้าจะจัดการสั่งสอนมัน!” ฮว๋าหวันยังคงจำความแค้นครั้งก่อนที่หลินมู่อวี่ใช้หนามของดอกสาลี่เหล็กฟาดหน้าได้อยู่
       ฉู่เหยาไม่ยอมแพ้ ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน วิญญาณยุทธ์เตียวม่วงเข้าไปอยู่มีดสั้น ดวงตาฉายแววเกลียดชัง
       “พี่ฉู่เหยา ลงมาซะ!” หลินมู่อวี่ตะโกนออกคำสั่ง
       ฉู่เฟิงก็ตะโกนเช่นกัน “อาเหยา รีบลงมาเถอะ เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา!”
       แต่ว่าฉู่เหยาเป็นหญิงสาวที่หัวรั้นมากคนหนึ่ง นางอดกลั้นความเจ็บปวด แล้วพุ่งโจมตีคู่ต่อสู้อีกครั้ง เสียงมีดสั้นดังขึ้น ทันใดนั้นวิญญาณยุทธ์ก็เร่งพลัง เตียวม่วงพุ่งเข้าใส่แขนของฮว๋าหวัน และกัดเข้าที่แขนของเขา เลือดทะลักออกมา
       “อ้าก…”
       ฮว๋าหวันเจ็บปวด ใบหน้าเริ่มบูดเบี้ยว ตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด “ข้าไว้หน้าเจ้า เจ้าไม่ต้องการเองนะ”
      พูดจบ เขายกแขนซ้ายขึ้นมา ค้อนอัสนีขนาดยักษ์อันทรงพลังก็กระแทกเข้าที่หน้าอกของฉู่เหยา “ผัวะ” แสงของเตียวม่วงสลายไป ฉู่เหยาได้รับบาดเจ็บสาหัสจนถอยหลังไปหลายเมตร
       “ตายซะ!”
        ฮว๋าหวันคำรามเสียงต่ำ รวบรวมพลังทั้งหมดของตนไปไว้ที่กระบี่เล่มยาวนี้ คมกระบี่ส่งเสียง “วิ้งๆ ” พลังปราณบ้าคลั่ง ขอแค่โจมตีออกไป หน้าอกของฉู่เหยาต้องถูกแทงทะลุสาหัสแน่นอน
   “พรึ่บ!”
       ตอนที่ฉู่เหยากำลังจะหลับตาลง จู่ๆ ก็มีร่างหนึ่งปรากฏขึ้น แผ่นหลังที่คุ้นตาและน้ำเสียงที่คุ้นเคย “ฮว๋าหวัน มีอะไรก็มาลงที่ข้า!”
       หลินมู่อวี่แบมือออกข้างหนึ่ง เรียกวิญญาณยุทธ์ออกมา กำแพงน้ำเต้าปรากฏขึ้นที่หน้าอก พร้อมด้วยพลังของกระดองเต่าทมิฬ!
       ฮว๋าหวันไหนเลยจะสนใจเรื่องพวกนี้ กระบี่สะสมพลังไว้เต็มเปี่ยมและแทงเข้าไปเต็มแรง!
       “ตูม!”
       เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นตลบเต็มลานประลอง หลินมู่อวี่ถอยหลังไปสามก้าว กระแทกเข้าใส่อ้อมอกของฉู่เหยาเบาๆ แต่ฮว๋าหวันนั้นแย่กว่ามาก ถูกกระแทกจนแขนชา มองกระบี่ในมือตัวเองอย่างไม่อยากจะเชื่อ “ปะ…เป็นไปได้อย่างไรกัน”
       เขาไม่อยากจะเชื่อ เขาโจมตีด้วยพลังทั้งหมดของตนเองแล้วทำไมยังถูกหลินมู่อวี่รับไว้ได้ หรือมันจะใช้วิชามาร
       “อาอวี่…” ฉู่เหยามองแผ่นหลังของหลินมู่อวี่อย่างตกตะลึง ตอนนี้นางรู้สึกว่าเงาของชายหนุ่มตรงหน้านั้นใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ถึงขนาดที่ปกป้องตัวเองได้แล้ว
      หลินมู่อวี่หันกลับไปยิ้ม “พี่ฉู่เหยา รีบลงไปเถอะ ท่านแพ้แล้ว การประลองต่อจากนี้เป็นของข้ากับฮว๋าหวัน”
       “อือ” นางเป็นหญิงสาวที่เชื่อฟัง รีบลงจากเวทีอย่างรวดเร็ว ฉู่เฟิงรีบมาตรวจอาการบาดเจ็บของนาง

คอมเม้นต์

การแสดงความเห็นถูกปิด