War sovereign Soaring The Heavens ตอนที่ 2673

อ่านนิยายจีนเรื่อง War Sovereign Soaring The Heavens ตอนที่ 2673 3Novel | อ่านนิยายออนไลน์ นิยายแปลไทย อ่านนิยายฟรี.

WSSTH ตอนที่ 2,673 : เตรียมตัวจากไป
 
 
“ 7 เม็ดงั้นเหรอ…นับว่าอัตราการหลอมโอสถสำเร็จไม่เลวเลยทีเดียว”
 
ต้วนหลิงเทียนสะบัดมือดูดรั้งโอสถที่ลอยออกจากเตาทั้งหมดมาถือไว้ในมือ ชมมองโอสถทิพย์ส่องประกายเรืองๆทั้ง 7 ที่เรียงตัวอย่างเงียบงันบนฝ่ามือด้วยความสนใจ
 
ทั้ง 7 เม็ด ย่อมเป็นโอสถทิพย์ระดับต่ำ โอสถเสริมวิญญาณ!
 
“แต่หลังจากนี้ไป…ไม่ว่าข้าจะหลอมโอสถเสริมวิญญาณอีกกี่เตา ก็ไม่มีทางได้น้อยกว่านี้…อัตราหลอมของข้าเตาหน้าไม่มีทางต่ำกว่า 7 ส่วนอีก!”
 
สำหรับเรื่องดังกล่าวต้วนหลิงเทียนมีความมั่นใจล้นปรี่!
 
กว่าจะหลอมโอสถทิพย์เตานี้ออกมาได้ เขาก็ได้พยายามประยุกต์ความทรงจำของจักรพรรดิกลับชาติมาเกิดเข้ากับวิธีการหลอมโอสถทิพย์บนระนาบเทวโลกที่เขาศึกษาจากยันต์อมตะเก็บความทรงจำ จนในที่สุดเขาก็ทำได้เรียบร้อย
 
อย่างไรก็ตามต้วนหลิงเทียนไม่คิดถือดีในความสำเร็จครั้งนี้มากมาย เมื่อเก็บโอสถเสริมวิญญาณทั้ง 7 ไป เขาก็เริ่มจัดสมุนไพรเตรียมหลอมโอสถอีกเตาทันที!
 
และคราวนี้ก็ได้โอสถเพิ่มมาอีกเม็ดหนึ่ง…
 
เตาที่สองเขาก็หลอมโอสถเสริมวิญญาณได้ถึง 9 เม็ด!
 
พอหลอมอีกเตา ก็หลอมได้ถึง 10 เม็ด!!
 
‘ในมณฑลจิ่วโยว ราคาของโอสถเสริมวิญญาณหนึ่งเม็ดเท่ากับ 10 หินอมตะระดับสูง…ทว่าค่าสมุนไพรในการหลอมโอสถเสริมวิญญาณ 1 เตากลับมีราคาแค่ 1 หินอมตะระดับสูง…’
 
‘หากข้าเอาเตาสุดท้ายนี่เป็นบรรทัดฐาน…งั้นหมายความว่าข้าเสียค่าสมุนไพรแค่ 1 หินอมตะระดับสูง แต่จะได้ค่าโอสถทั้งสิ้น 100 หินอมตะระดับสูง!’
 
‘ปรมาจารย์หลอมโอสถอมตะ…อย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด หลอมยาในระนาบเทวโลกช่างทำกำไรได้น่ากลัวเหลือเกิน!’
 
ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะทอดถอนในใจ
 
‘อย่างไรก็ตามพักเรื่องกำไรไปก่อน…ตอนนี้ยืนยันได้เรื่องหนึ่ง เพลิงอมตะสีเทานี่ แม้จะสกัดออกมาใช้งานได้แค่ส่วนเล็กๆ แต่มันกลับมีพลังอำนาจเทียบได้กับเพลิงอมตะระดับต่ำ!’
 
พอนึกถึงเพลิงอมตะสีเทาที่กักอยู่ในเศษโลหะแตกๆ สองตาต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะหดหย ปากกล่าวพึมพำเบาๆว่า “ไม่รู้ว่าเพลิงสีเทาที่ข้าได้มาอย่างงงๆ จะมีขีดจำกัดอยู่ที่ระดับต่ำรึเปล่า…”
 
‘หากใช่…หมายความว่าวันใดที่ข้าควบคุมใช้เปลวเพลิงทั้งหมดที่มีได้ อานุภาพของมันสมควรเทียบได้กับเพลิงอมตะระดับกลาง!’
 
‘แต่ถ้าเปลวเพลิงสีเทาที่ข้าดึงมาใช้ได้ตอนนี้ ไม่ได้มีขีดจำกัดอยู่ที่เพลิงอมตะระดับต่ำ…หรือตอนนี้มันเป็นเพลิงอมตะระดับกลางอยู่แล้ว เช่นนั้นถ้าข้าควบคุมใช้มันได้ทั้งหมด พลังของเพลิงสีเทาก็สมควรเทียบได้กับเพลิงอมตะระดับสูง!’
 
คิดถึงประโยคท้ายสองตาต้วนหลิงเทียนก็ลุกวาวขึ้นมา
 
‘อย่างไรก็ตามตัดสินจากตอนใช้มันหลอมโอสถ…เปลวเพลิงส่วนเล็กๆที่ข้าสกัดออกมมาใช้ได้ พลังของมันเหมือนจะไม่ได้รุนแรงมากพอ เช่นนั้นไม่น่าจะเป็นไปได้ที่มันจะเป็นเพลิงอมตะระดับกลาง’
 
‘กล่าวได้ว่า…เปลวเพลิงสีเทาในเศษโลหะทั้งหมด สมควรเป็นแค่เพลิงอมตะระดับกลางเท่านั้น พอดึงส่วนหนึ่งของเพลิงอมตะระดับกลางมาใช้ เลยมีพลังเทียบได้กับเพลิงอมตะระดับต่ำ’
 
‘ทว่าถึงมันจะเป็นเพลิงอมตะระดับกลาง…แต่ข้าก็ดึงมันออกมาใช้ได้แค่เท่านี้ หมายความว่าในปัจจุบันข้ายังเป็นได้แค่ปรมาจารย์หลอมโอสถระดับต่ำเท่านั้น’
 
เรื่องนี้ต้วนหลิงเทียนก็รู้ดี
 
‘ไม่รู้ทำไมถึงใช้เปลวเพลิงสีเทานี่ทั้งหมดไม่ได้…ในระนาบเทวโลกกระทั่งเซียนอมตะสวรรค์บางคนยังเป็นปรมาจารย์หลอมโอสถอมตะระดับกลางที่มีเพลิงอมตะระดับกลางได้เลย…’
 
‘แต่ข้ากลับไม่อาจใช้พลังของเปลวเพลิงสีเทาที่สมควรเป็นเพลิงอมตะระดับกลางได้…เหตุผลไม่น่าจะมีแค่ข้ายังเป็นจินเซียน แต่สมควรมีอย่างอื่นอีก’
 
หลังจากครุ่นคิดต้วนหลิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะคาดเดา
 
อันที่จริงเขาเดาถูกส่วนหนึ่ง
 
อย่างไรก็ตามกระทั่งหลับเขายังไม่อาจฝันถึง
 
เปลวเพลิงสีเทาที่ถูกกักไว้ในเศษโลหะตอนนี้ ไม่ใช่แค่เพลิงอมตะระดับกลาง…แต่เป็นเพลิงเทพโกลาหล ขั้นที่ 2! อันมีพลังเทียบได้กับเพลิงอมตะระดับกลาง หากทว่าพลังของมันรุนแรงเกินกว่าเพลิงอมตะระดับกลางทั่วไป ร่างกายเขาจึงยังไม่อาจทานรับไหว ก็เลยควบคุมไม่ได้ทั้งหมด
 
เพลิงเทพโกลาหลนั้น หากมันหลุดออกมาจากเศษโลหะแตกหักนั่นล่ะก็ แค่ในเวลาไม่ถึงชั่วอึดใจไม่พ้นได้เผาร่างต้วนหลิงเทียนจนสลายเป็นขี้เถ้า!
 
หากต้วนหลิงเทียนคิดจะควบคุมใช้เพลิงเทพโกลาหลขั้นที่ 2 ให้ได้อย่างสมบูรณ์ และปล่อยมันออกมาจากเศษโลหะโดยที่เขาไม่เป็นอะไร เห็นทีพลังฝึกปรือของเขาต้องทะลวงถึงขอบเขตต้าหลัวจินเซียนก่อนเท่านั้น
 
มีเพียงร่างกายของเขาแข็งแกร่งถึงขอบเขตต้าหลัวจินเซียนแล้ว ถึงจะทนพลังอำนาจของเพลิงเทพโกลาหลขั้นที่ 2 ได้!
 
กล่าวอีกอย่างได้ว่า…
 
ต้วนหลิงเทียนจะใช้เพลิงเทพโกลาหลขั้นที่ 2 ซึ่งทัดเทียมกับเพลิงอมตะระดับกลางได้สมบูรณ์ ก็ต่อเมื่อบรรลุถึงขอบเขตต้าหลัวจินเซียนได้ให้ก่อนเท่านั้น!
 
เนื่องเพราะการบรรลุถึงต้าหลัวจินเซียน ไม่เพียงแต่พลังเซียนอมตะต้นกำเนิดเท่านั้นที่จะยกระดับพัฒนา กระทั่งร่างกายของเขาจะบังเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นครั้งใหญ่ เสมือนเกิดใหม่ก็ไม่ปาน!
 
เป็นธรรมดาว่าตอนนี้ต้วนหลิงเทียนยังไม่รู้เรื่องพวกนี้เลย
 
“นี่ก็ผ่านไป 2 วันแล้ว…ไม่รู้พวกตระกูลหลิวกับตระกูลผางเตรียมหินอมตะระดับสูงให้ข้าถึงไหนแล้ว…”
 
สองตาต้วนหลิงเทียนเปล่งแสงวาบหนึ่ง พึมเพาเสียงเบา
 
ตลอดระยะเวลา 2 วันที่ผ่านมาแม้เขาจะตั้งหน้าตั้งตาหลอมโอสถไม่หยุดหย่อน หากแต่มันไม่เหมือนกับการปิดด่านบ่มเพาะ เขาจึงสัมผัสได้ชัดเจนว่าใช้เวลาไปเท่าไหร่
 
‘เหลือเวลาอีกวันก่อนจะถึงเส้นตายที่ข้ากำหนดให้พวกมัน…หลังได้หินอมตะของพวกมันแล้ว ก็ได้เวลาออกจากเมืองประจำมณฑลจิ่วโยว กระทั่งออกจากมณฑลจิ่วโยวไปที่อื่น…’
 
‘ก่อนหน้านั้น…ไปบอกกล่าวฉินอวี่กับอาวุโสเจิ้งชิวหน่อยดีกว่า’
 
เมื่อหลอมโอสถเสริมวิญญาณได้สำเร็จเต็มสิบส่วน ต้วนหลิงเทียนก็ไม่คิดหลอมมันต่อแต่อย่างใด เขาเก็บเตาหลอม และเปลี่ยนไปใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ จากนั้นค่อยก้าวอาดๆออกจากห้องศิลาบ่มเพาะไป
 
“ฉินอวี่”
 
หลังออกจากห้องศิลาแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็ลอยร่างขึ้นไปอีกชั้น ก่อนจะหยุดเรียกฉินอวี่หน้าประตู
 
“ต้วนหลิงเทียน!”
 
และแทบจะทันทีที่ต้วนหลิงเทียนเรียกจบคำ ประตูศิลาก็เปิดออก ปรากฏร่างหนึ่งก้าวออกมาจากห้อง เป็นฉินอวี่ ที่มาจากเมืองเฉวี่ยโยวพร้อมกันกับต้วนหลิงเทียน
 
พอเห็นต้วนหลิงเทียน ฉินอวี่ก็คลี่ยิ้มเล็กน้อยเอ่ยขึ้นว่า “ต้วนหลิงเทียน สองวันก่อนเจ้าเคลื่อนไหวใหญ่โตไม่น้อยเลยนะ…ถึงกับบุกไปฆ่าอาวุโสสูงตระกูลหลิวคาบ้าน 2 คน!”
 
“หือ? เจ้าได้ยินแล้วเหรอ?”
 
ต้วนหลิงเทียนคลี่ยิ้มบางๆ
 
“ไม่ใช่แค่ข้าหรอกที่ได้ยิน…ตอนนี้ทั้งเมืองประจำมณฑล ลามไปถึงเมืองข้างเคียงรอบๆ ขอเพียงไม่ใช่คนที่ปิดด่านบ่มเพาะอย่างสันโดษ ไม่ว่าใครก็รู้หมดว่าเกิดอะไรขึ้น”
 
ฉินอวี่ส่ายหัวไปมา
 
“ก็นะ”
 
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้าอย่างไม่ยี่หระ เขาคิดไว้แล้วแต่แรกแล้วว่ามันต้องเป็นแบบนี้ เช่นนั้นพอได้ยินฉินอวี่พูดถึงเขาก็ไม่ได้แปลกใจอะไร
 
“ฉินอวี่”
 
จากนั้นสีหน้าต้วนหลิงเทียนก็แปรเปลี่ยนเป็นจริงจัง มองกล่าวกับฉินอวี่ว่า “วันนี้ข้าคิดจะออกจากจวนผู้ว่า…หรือบางทีข้าอาจจะออกจากมณฑลจิ่วโยวไปเลย”
 
“อะไร? เจ้าคิดจากไป?”
 
ฉินอวี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ค่อยฉุกใจคิดได้ถึงเรื่องหนึ่ง “เพราะเจ้าเผยพลังฝีมือที่ตระกูลหลิวงั้นเหรอ…เจ้ากลัวอีก 15 มณฑลจะส่งคนมาลอบฆ่า?”
 
“ก็ใช่”
 
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้า “ส่วนใหญ่ก็เพราะเรื่องนั้นล่ะ…นอกจากนี้ข้าคิดเดินทางท่องไปทั่วๆด้วย ก่อนหน้านี้ข้าได้แต่อยู่ในเมืองเฉวี่ยโยวเพราะพลังฝึกปรืออ่อนด้อย เลยไม่ได้ไปไหนเพราะกลัวโดนปล้นฆ่า…”
 
“ตอนนี้ในที่สุดข้าก็มีกำลังมากพอดูแลตัวเอง เลยคิดว่าจะท่องไปทั่วๆหน่อย…บางทีข้าอาจได้พบเจอการ ผจญภัย หรือพบพานวาสนาโดยบังเอิญอะไรทำนองนั้นบ้าง…”
 
ขณะที่ต้วนหลิงเทียนกล่าวถึงประโยคนี้ เขาก็หัวเราะออกมา
 
ผจญภัย? พบพานวาสนาโดยบังเอิญ?
 
“นี่เจ้า…หรือว่าไม่คิดย้อนกลับมาที่นี่แล้วงั้นเหรอ? แล้ว…เรื่องการประลอง 16 มณฑลเล่า?”
 
ฉินอวี่ขมวดคิ้วย่นยู่
 
“รอให้การประลอง 16 มณฑลใกล้เริ่มข้าค่อยไปปรากฏตัวที่พระราชวังฉินเลยทีเดียว…ได้ยินมาว่า อันดับ 1 ในการประลอง 16 มณฑล ไม่เพียงแต่จะทำให้มณฑลต้นสังกัดได้โอสถต้าหลัว 3 เม็ดเท่านั้น ทางพระราชวังฉินยังจะมอบรางวัลส่วนตัวให้อีกด้วย…”
 
“ของรางวัลจากพระราชวังฉินคงไม่ใช่เล่นๆ…ข้าก็ไม่อยากพลาดมันหรอก”
 
ต้วนหลิงเทียนยิ้มเล็กน้อย ค่อยกล่าวต่อ “เช่นนั้นข้าก็แค่จากไปชั่วคราว หลังจากนี้อีกปีค่อยพบกันใหม่”
 
ได้ยินคำของต้วนหลิงเทียน ฉินอวี่ก็พอได้ระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก “เช่นนั้นก็แล้วไป…ข้านึกว่าเจ้าจะจากไปเลยเสียอีก อันที่จริงด้วยสถานการณ์ตอนนี้เจ้าหลบไปก่อนก็นับว่าดีที่สุดแล้วจริงๆ”
 
ฉินอวี่เองก็เดาได้ไม่ยาก ว่าอีก 15 มณฑลที่เหลือ ถ้าได้รับทราบเรื่องความแข็งแกร่งต้วนหลิงเทียน พวกมันย่อมพยายามรวมหัวกันกำจัดต้วนหลิงเทียนให้พ้นทางแน่
 
เพราะสุดท้ายแล้ว การคงอยู่ของต้วนหลิงเทียนก็เสมือนเอาเปรียบพวกมันเกินไป!
 
หากต้วนหลิงเทียนนยังอยู่ อันดับ 1 ในการประลอง 16 มณฑล ก็ไม่ต้องถามแล้ว! พวกมันแทบไม่มีสิทธิ์ฝันเลย!!
 
และนั่นก็คือสิ่งที่พวกมันไม่อยากเห็นเป็นที่สุด!
 
“อย่างไรก็ตามเจ้าออกเดินทางคราวนี้ ก็ระวังตัวให้มาก…ถึงพลังฝีมือเจ้าจะร้ายกาจ กระทั่งยังร้ายกาจกว่าโจวทง แต่หากเจ้าออกนอกมณฑลจิ่วโยวไปแล้ว คนที่ร้ายกาจกว่าโจวทงก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มี”
 
ฉินอวี่กล่าวเตือน
 
“ข้ารู้”
 
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้า จากนั้นก็ก้มลงไปมองห้องศิลาที่เขาอาศัยอยู่ก่อนหน้า ค่อยเงยขึ้นมายิ้มกล่าวกับฉินอวี่ “ข้าไปครั้งนี้คงไม่ได้กลับมามณฑลจิ่วโยวแล้ว…เจ้าเอาห้องล่างสุดไปใช้เถอะ”
 
“อาศัยพลังฝีมือของเจ้าตอนนี้…ในหลุมมังกรซ่อนคงไม่มีใครกล้าแย่ง”
 
พอต้วนหลิงเทียนกล่าวจบคำ เขาก็ยื่นส่งป้ายประตูของห้องศิลาบ่มเพาะไปให้ฉินอวี่ทันที
 
“เจ้าไปแบบนี้กีดีนะ ข้าได้โชคทันตาเห็นเลย…”
 
หลังรับป้ายประตูมา ฉินอวี่ก็กล่าวล้อเล่นออกมาด้วยรอยยิ้ม
 
อย่างไรก็ตามลึกลงไปในแววตาก็เผยให้เห็นความตื่นเต้นยินดีไม่น้อย
 
สภาพแวดล้อมในการบ่มเพาะของห้องศิลาล่างสุด มันเทียบได้กับสถานที่บ่มเพาะส่วนตัวของผู้ว่า!
 
มันเองก็ฝันอยากจะเข้าไปใช้มานานแล้ว!
 
“เอาล่ะ ข้าออกไปตอนนี้คงไม่ได้กลับมาลาเจ้าแล้ว…ข้าจะไปลาอาวุโสเจิ้งชิวกับผู้ว่า จากนั้นว่าจะไปเยือนตระกูลหลิวกับตระกูลผางเพื่อคิดบัญชีแล้วเดินทางทันที”
 
หลังจากกล่าวลาฉินอวี่อีกครั้ง ต้วนหลิงเทียนก็เหินร่างออกจากหลุมมังกรซ่อน…
 

คอมเม้นต์

การแสดงความเห็นถูกปิด