ตอนที่ 1382

อ่านนิยายจีนเรื่อง Ancient Strengthening Technique เทพอสูร บรรพกาล ตอนที่ 1382 3Novel | อ่านนิยายออนไลน์ นิยายแปลไทย อ่านนิยายฟรี.

ฝากติดตามเพจด้วยนะครับ แฟนเพจ แจ้งเตือนก่อนใคร กดเลย
https://www.facebook.com/AncientStrengtheningTechnique
บทที่ 1382 – สังหารทุกคน หลิงฮู ยู กลุ่มวิหคอัคคีร่ายรำที่ยิ่งใหญ่
 
ทักษะวชิระจู่โจมปะทะกับศัตรูอย่างแน่นอน 100% ชิงสุ่ยดีใจ ยิ่งกว่านั้นพลังของมันยังแข็งแกร่งกว่าที่เขาคิดไว้ ทักษะวชิระจู่โจม คล้ายกับการโจมตีที่สามารถทลายการป้องกันได้ เพราะพลังของมันตอนนี้น่าจะรับมือกับเต่าทองได้
 
เถาวัลย์อสูรกระหายเลือดยังคงรัดเต่าทอง และค่อย ๆ ลดพลังของมัน ชิงสุ่ยไม่ได้เรียกหมูป่านักล่าสมบัติ แต่เขาใช้กฏแห่งพระราชวังเก้าเทวาและตัวช่วยอื่นๆ เพื่อลดพลังอีกฝ่าย
 
เขารู้ว่าคนพวกนั้นไม่สามารถทนได้อีกต่อไปแน่
 
ตอนนั้นเอง ชิงสุ่ยใช้ทักษะบางอย่างเพื่อเพิ่มแรงกดดัน พลางควบคุมเถาวัลย์อสูรกระหายเลือด เคล็ดพลังศักดิ์สิทธิ์กลั่นหลอมเบญจธาตุมีอำนาจท้าทายพลังสวรรค์จริง ๆ เพราะมันช่วยให้ของวิเศษชิ้นอื่นแข็งแกร่งขึ้น
 
กระบี่ทองคำ!
 
นี่เป็นการโจมตีที่ชาญฉลาด เมื่อไหลเวียนพลังถึงขั้นสูงสุด ก็สามารถทำลายทุกอย่างได้ การโจมตีนี้คือการใช้เถาวัลย์อสูรกระหายเลือดและพลังจากเคล็ดพลังศักดิ์สิทธิ์กลั่นหลอมเบญจธาตุ กระบี่สีทองต้องการพลังเพื่อโจมตีอีกฝ่ายผ่าน เถาวัลย์อสูรกระหายเลือด
 
เถาวัลย์อสูรกระหายเลือดของชิงสุ่ยได้กลายพันธุ์มาครั้งหนึ่ง จึงไม่ง่ายที่จะตัดมันให้ขาด แต่เขาก็หวังลึกๆว่าจะสำเร็จ  ชิงสุ่ยเพ่งสมาธิไปที่กระบี่สีทองแทน
 
ตั้งแต่ชิงสุ่ยได้หมูป่านักล่าสมบัติ ชิงสุ่ยคิดว่าเขาไม่จำเป็นตึกใช้กระบี่สีทองเพราะพลังของ หมูป่านักล่าสมบัติ แข็งแกร่งกว่า กระบี่สีทอง แต่เขาก็อยากใช้ เถาวัลย์อสูรกระหายเลือด เพื่อรัดตัวไม่ให้เป้าหมายขยับได้ ถ้าเป็น หมูป่านักล่าสมบัติ คงไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ และความเร็วของพวกมันก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคตหลังจากกลายเป็น อสูรโอสถแห่งจิตวิญญาณ ที่ระดับสูงกว่าตอนนี้ พลังของมันคงยิ่งน่ากลัว
 
อย่างไรก็ตามชิงสุ่ยตัดสินใจว่าจะฝึก กระบี่สีทอง ความเร็วของมันไร้เทียมทานและความคมของกระบี่สีทอง ก็ไร้สิ่งใดเปรียบได้ การฆ่าคนเป็นเรื่องที่สามารถทำได้อย่างง่ายดาย หมูป่านักล่าสมบัติสามารถเป็นอสูรโอสถแห่งจิตวิญญาณและช่วยเขาจัดการสัตว์อสูรตัวอื่นได้
 
รูปแบบ 9 ดาราคล้อย 9 สวรรค์และอื่น ๆ ไม่ได้ช่วยทำให้เถาวัลย์อสูรกระหายเลือดแข็งแกร่งขึ้น แต่จะช่วยให้กระบี่สีทอง คมยิ่งขึ้น…
 
น่าเสียดายที่เขาไม่สามารถเพิ่มพลังให้หุบเขา 9 เทวาได้มากไปกว่านี้..ไม่อย่างนั้นมันคงแข็งแกร่งมาก
 
ชิงสุ่ยยิ่งกระหายพลัง ก่อนจะฟาดกระบี่สีทองไปที่เต่าทอง เพียงพริบตาเดียวก็เกิดเสียงเหมือนมีอะไรแตกหัก ทว่าเต่าทองก็ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด
 
ชิงสุ่ยไม่แปลกใจที่เขาไม่สามารถทำลายกระดองพลังปราณนั้นได้ ตอนนี้เขาได้แค่รอเวลาพลังอื่น ๆ และเถาวัลย์อสูรกระหายเลือดให้ลดพลังของอีกฝ่าย หากลดพลังรูปแบบเรื่อย ๆ เกินสิบครั้ง อีกไม่นานพวกเขาคงทนไม่ไหว
 
เถาวัลย์อสูรกระหายเลือด เริ่มแดงเหมือนโลหิตและหนา มันกลายเป็นเหมือนต้นไม้ใหญ่ที่กำลังโตขึ้นไปบนท้องฟ้า หนามเลือดดูแข็งแกร่งมาก มันค่อย ๆ ยืดออกกว่าเดิม ผลที่ได้ทำให้ชิงสุ่ยรู้สึกเข้าใจทุกอย่าง และการถูกรัดเถาวัลย์อสูรกระหายเลือด มันไม่ทางปล่อยให้ให้ศัตรูเป็นอิสระแน่
 
กลุ่มคนที่สร้างรูปแบบเริ่มประหม่า ความเร็วที่พลังปราณถูกลดลงเรื่อย ๆ ทำให้พวกเขาสิ้นหวัง และ เถาวัลย์อสูรกระหายเลือดทำให้พวกเข้าท้อ พวกเขา แต่ละคนเริ่มถอดใจ รูปแบบเต่าสีทองผงาด 8 ทิศน่าจะทนได้ไม่ถึง 30 นาที เพราะพลังของรูปแบบที่ช่วยเพิ่มพลังให้พวกเขานั้นมีจุดอ่อนเพียงอย่างเดียวคือมันไม่สามารถอยู่ได้นาน
 
เมื่อรูปแบบเต่าสีทองผงาด 8 ทิศ แตกออก คนพวกนั้นก็ต้องเผชิญหน้ากับชิงสุ่ยและเถาวัลย์อสูรกระหายเลือด เถาวัลย์อสูรกระหายเลือดสามารถโจมตีด้วยพลังวิญญาณ หากถูกโจมตีก็ไม่มีทางป้องกันได้
 
แล้วพวกเขาจะทำอะไรได้ในตอนนี้? ถ้ายอมแพ้..เรื่องที่เขามาสังหารชิงสุ่ยก็เปล่าประโยชน์..แต่เรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกต่อไป..
 
ตูม!!
 
เสียงระเบิดของเต่าทองดังสนั่น เมื่อไร้ รูปแบบเต่าสีทองผงาด 8 ทิศป้องกัน คนพวกนั้นก็ถูกเถาวัลย์อสูรกระหายเลือด รัดตัวไว้ คนที่อ่อนแออยู่แล้วก็ไม่มีทางรอด..เขาค่อยๆ ตายและร่างสลายไป..
 
เสียงกรีดร้องอย่างทรมาน เงียบลง มีเพียงไม่กี่คนที่ยังมีชีวิตอยู่ด้วยเกราะอสูรสำแดง
 
“พูดมา ทำไมเจ้าถึงมาฆ่าข้า..”ชิงสุ่ยยิ้มและถาม แต่รอยยิ้มของเขาก็ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่านั่นคือรอยยิ้มปีศาจ
 
“พวกเราประเมินเจ้าต่ำไป แต่จะมีคนอีกมากมายมาที่นี้..”หลังจากพูดจบ ชายชราก็ปล่อยให้เถาวัลย์อสูรกระหายเลือดแทงเขาจนตาย
 
คนที่เหลือก็ทนอยู่ได้ไม่นาน พวกเขาก็กลายเป็นกองเลือดให้  เถาวัลย์อสูรกระหายเลือดดูดซับเข้าไป
 
ทุกอย่างเงียบสงบ ไม่เหลืออะไรทิ้งไว้ ชิงสุ่ยไม่เปื้อนเลือดแม้แต่หยดเดียว เขาปัดฝุ่นที่มือและกำลังจะกลับ ทว่าอี่หวง กู่หวู๋และหยวน สู่ก็มาถึง
 
“พวกเขาเป็นคนจากตระกูลเย่หลาง” อี่หวง กู่หวู๋บอก
 
ชิงสุ่ยเดาไว้แล้ว ดังนั้นเขาจึงยิ้มตอบ “ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นใคร แต่ถ้ากล้าบุกเข้ามา ข้าจะทำให้พวกเขาหายไปตลอดกาล”
 
“ชิงสุ่ย เจ้าตั้งใจเปิดศึกสินะ?”อี่หวง กู่หวู๋ยิ้มและถาม
 
ชิงสุ่ยส่ายหน้า “ตอนนี้ พวกเราทำได้แค่รอให้พวกนั้นเข้ามา พวกเราไม่คุ้นเคยกับเมืองหลวงแห่งนี้ มีคนมากมายที่ไม่ชอบข้า และข้าไม่อยากหนีไปพร้อมกับพวกเจ้า ดังนั้นคงต้องราดน้ำมันลงบนเปลวเพลิงเสียหน่อย..”
 
อี่หวง กู่หวู๋ ยิ้ม”เด็กน้อยวันก่อนโตเป็นหนุ่มที่รู้จักความอดทนแล้วรึ”
 
ชิงสุ่ยตะลึงและเดินเธอเข้ามาใกล้ เขาตบก้นเธอ เสียงนั้นดังจน หยวน สู่ เขินขณะยื่นอยู่ใกล้ ๆ
 
อี่หวง กู่หวู๋ ประหม่า เธอเม้มริมฝีปากและมองชิงสุ่ย “เจ้าช่วยรักษาหน้าข้าสักนิดได้ไหม? พี่ซู ก็อยู่ที่นี้นะ…”
 
“ถ้าอย่างนั้นกลับไปที่ห้องเราเถอะ”ชิงสุ่ยยิ้ม
 
ใบหน้าของอี่หวง กู่หวู๋แดงระเรื่อมาก และเดินออกจากชิงสุ่ยก่อนจะไปดึงมือหยวน สู่ แล้วพูดทิ้งท้าย “พวกเรากลับก่อนล่ะ เจ้าก็รีบกลับไปพักได้แล้ว..”
 

 
ไม่มีตระกูลใดสามารถสงบใจได้หลังจากสูญเสียผู้ฝึกตนอาณาจักรพลังปราณบรรชาสวรรค์พินาจนับสิบคน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องง่ายสำหรับชิงสุ่ยที่จะหาคำตอบว่าใครคือคนที่โจมตีเขาเมื่อคืน เขาคงต้องไปหาคำตอบเสียหน่อย..
 
ตระกูลเย่หลาง!
 
หอคอยจักรพรรดิเปิดเป็นกิจการและตั้งกฎใหม่ว่าทุก ๆ สิบวันจะเปิดให้รักษาฟรี เรื่องนี้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว เพราะของที่นำมาขายในนี้มีจำนวนจำกัดและไม่ได้มีขายตามท้องตลาด มีเพียงลูกค้าของหอคอยจักรพรรดิรับเท่านั้นที่สามารถซื้อได้
 
ลูกค้าต้องเสียค่าสมาชิกประจำปีแต่ไม่ใช่ด้วยเงิน พวกเขาต้องจ่ายด้วยหินล้ำค่า สมุนไพร ของหายากหรือสิ่งอื่น ๆ ซึ่งตอนนี้ชิงสุ่ยก็ต้องการสมุนไพรจำนวนหนึ่งแล้ว
 
อย่างไรก็ตาม การจัดการของที่นี้ก็ไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คาดไว้ ดังนั้นธุรกิจในตอนนี้จึงไม่ค่อยดีนัก มีบางอย่างทำให้ทุกคนไม่กล้ามาที่นี้ แต่ก็เป็นเพียงแค่ความรู้สึกของชิงสุ่ย เขาไม่แน่ใจว่ามันเกี่ยวข้องกับสถานที่แห่งนี้หรือไม่
 
แต่ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรอย่างไร สิ่งที่ดี ก็ย่อมให้ผลดี ชิงสุ่ยจึงไม่อยากกังวลเกินกว่าเหตุ
 
ในตอนนั้นชายชราปรากฏตัวขึ้นและมีชายร่างท้วมข้างเขา แต่เมื่อเทียบกับตอนที่พบกันครั้งก่อน ชายร่างท้วมดูผอมลงไปมาก
 
หลิงฮู ตุ่ย!
 
ชายชราสวมชุดธรรมดา แต่ให้ความรู้สึกไม่ธรรมดาออกมาจากตัวเขา ชิงสุ่ยยิ้มและเข้าไปในโถงหอคอยจักรพรรดิรับรองแขกพร้อมกับหลิงฮู ตุ่ย.
 
“ท่านหมอเทวดา!”เมื่อ หลิงฮู ตุ่ย เห็นชิงสุ่ยก็ทักทายอย่างมีความสุข
 
“หืม..ท่านมาที่นี้เพื่อรักษาหรือมาทำอะไรล่ะ? ถ้ามารับการรักษา ท่านก็เป็นลูกค้าสินะ”
 
“ลูกค้า?”
 
หลิงฮู ตุ่ยตะลึง เพราะชิงสุ่ยทำเหมือนจำเขาไม่ได้
 
หลิงฮู ตุ่ย มองชายชราและยิ้มแห้งๆ ให้
 
ดวงตาของชายชราเป็นประกายขณะมองชิงสุ่ย ราวกับเขากำลังมองหยกที่สวยงามที่สุด เขายิ้มและถามชิงสุ่ยกลับ “มีสิ่งใดที่ทำให้ท่านลูกค้าพอใจบ้าง?”
 
ชิงสุ่ยนำรายการสมุนไพรที่มีน้ำหนักและอายุที่เขาต้องการออกมา
 
ชายชรายิ้ม เขาหยิบถุงแพรมิติออกมาให้ชิงสุ่ย “ดูว่าข้างในมีพอที่เจ้าต้องการไหม..”
 
ชิงสุ่ยไม่ตรวจสอบอะไร แต่ตอบกลับไปทันที “เพียงพอแล้ว!”
 
“ข้าชื่อหลิงฮู ยู.. ขอบคุณที่ท่านหมอเทวดาช่วยเหลือตุ่ยเอ๋อ แม้ตระกูลหลิงฮูไม่ได้ยิ่งใหญ่นัก แต่พวกเราก็ยินดีจะตอบแทนน้ำใจที่ท่านรักษาเขา”ชายชรายิ้มและมองชิงสุ่ย
 
ชิงสุ่ยส่งยิ้มบาง ๆ และส่ายหน้า “ข้าไม่ได้รักษาเขาเพื่อของตอบแทนหรอก”
 
“ท่านไม่ได้หวังจะจับปลาตัวใหญ่รึไง?” หลิงฮู ยู ยิ้มและถาม
 
“ข้าจำเป็นต้องทำอย่างนั้นด้วยเหรอ? ข้าไม่ได้หวังอะไรในมหาทวีปวิหคอัคคีร่ายรำเสียหน่อย” ชิงสุ่ยถอนหายใจและตอบ
 
คำพูดของเขาทำให้หลายคนตะลึงไม่เบา จะมีใครบ้างที่กล้าพูดว่าไม่ได้หวังอะไรในทวีปที่ยิ่งใหญ่เช่นนั้น นั่นฟังดูยโสมากทีเดียว แต่หลิงฮู ยู สัมผัสได้ว่าชิงสุ่ยไม่ได้พูดเล่น แต่เขาก็แปลกใจที่ชิงสุ่ยกล้าพูดเช่นนั้น
 
เพราะคำพูดนั้นที่ว่าเขาไม่ได้หวังในมหาทวีปวิหคอัคคีร่ายรำ นั่นก็หมายถึงทวีปนี้ด้อยค่าเกินไป เขาต้องการอะไรที่ใหญ่กว่านั้น ซึ่งนั่นก็หมายถึงที่ที่เดียว..
 
มหาทวีปอุดรเทวา!
 
“ข้าเดาว่าท่านหมอเทวดาคงจะรู้แล้วว่าคนที่ปองร้ายท่านมาคือตระกูลเย่หลาง ข้าสงสัยว่าท่าต้องการความช่วยเหลือจากตระกูลหลิงฮูรึไม่?” หลิงฮู ยู มองชิงสุ่ยและถามช้าๆ
 
“ยังไม่ใช่ตอนนี้ แต่ข้าอยากรู้อะไรบางอย่าง ท่านพอจะช่วยข้าได้ไหม?”ชิงสุ่ยตอบ
 
“แน่นอน ข้าจะบอกทุกอย่างที่ข้ารู้”
 
“ทวีปวิหคอัคคีร่ายรำนั้นยิ่งใหญ่มากเลยเหรอ? ตระกูลหลิงฮูเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มนั้นใช่ไหม?”ชิงสุ่ยสงสัย
 
หลิงฮู ยูลังเลเล็กน้อยก่อนจะตอบ “ใช่ เป็นกลุ่มที่ใหญ่มาก หนึ่งในสามของคนในเมืองหลวงเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มนี้ รวมถึงตระกูลข้าด้วย”
 
1 ใน 3 ไม่ได้หมายถึงประชากรของเมืองหลวงแต่หมายถึงผู้ฝึกตน พลังของกองทัพไม่ได้หมายถึงปริมาณแต่หมายถึงคุณภาพ ดังนั้นพวกเขาคือคนที่สามารถต่อสู้กับคนจำนวนเป็นล้านหรือสิบล้านได้สบายๆ…
 
“กลุ่มวิหคอัคคีร่ายรำมีใครดูแลงั้นรึ”ชิงสุ่ยคิดว่าตระกูลหลิงฮูน่าจะตอบคำถามเขาได้ ไม่อย่างนั้นเขาคงต้องไปเยี่ยมเยียนตระกูลต่งเย่แทน
 
“กลุ่มวิหคอัคคีร่ายรำเหมือนกับนิกายที่มีหลายตระกูล ตระกูลแข็งแกร่งก็จะมีตำแหน่งสำคัญอย่างเช่นประมุขและผู้อาวุโส อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตระกูลใดตระกูลหนึ่งจะดูแลกลุ่ม แต่ก็ต้องตัดสินใจร่วมกัน เพราะตระกูลที่ดูแลไม่สามารถฝืนกฎของคนทั้งกลุ่มได้”
 
ในที่สุดชิงสุ่ยก็เข้าใจ เขาจึงยิ้มออก “ถ้าเทียบตระกูลตระกูลต่งเย่กับหลิงฮู ท่านคิดว่าอย่างไรล่ะ?”
 
“ตระกูลหลิงฮูนั้นอ่อนแอกว่า แต่ทั้งสองตระกูลนั้นก็มีตำแหน่งสำคัญในกลุ่ม..”  หลิงฮู ยู คิดก่อนจะตอบ
 
ดวงตาของชิงสุ่ยเบิกกว้าง “เยี่ยมเลย ถ้าอย่างนั้นข้ามีเรื่องอยากถามอย่างลับ ๆ ก่อนหน้านี้มีคนบอกให้ข้าไปหาตระกูลต่งเย่ ข้าเลยอยากให้ท่านช่วย!”
 
ชิงสุ่ยยิ้มและหยิบภาพ เหยียน จงเยว่มาวางบนโต๊ะ
 
ท่าทีของหลิงฮู ยูเปลี่ยนไปอย่างประหลาด เขามองชิงสุ่ยอยู่นานมาก “ท่านคงสนิทกับคนในภาพนี้ใช่ไหม?”

คอมเม้นต์

การแสดงความเห็นถูกปิด