War sovereign Soaring The Heavens ตอนที่ 2059

อ่านนิยายจีนเรื่อง War Sovereign Soaring The Heavens ตอนที่ 2059 3Novel | อ่านนิยายออนไลน์ นิยายแปลไทย อ่านนิยายฟรี.

ตอนที่ 2,059 : ตบ!!
 
‘ปู้หงงั้นเหรอ?’
 
หลังได้ยินคำทักของศิษย์ที่แท้จริงที่มาด้วยกัน ทันใดนั้นลูกตาของต้วนหลิงเทียนก็หดเล็กลงทันที
 
ถึงแม้เขาจะไม่เคยเห็นชายคนนี้มาก่อน ทว่าชื่อเสียงของมันเขาได้ยินมานานแล้ว
 
ปู้หง ศิษย์ที่แท้จริงของลัทธิบูชาไฟ อันดับ 2 ในทำเนียบยอดฝีมือ สามารถทะลวงถึงขอบเขตเซียนสวรรค์ 3 เปลี่ยนได้เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา เป็น 1 ใน 3ศิษย์ที่แท้จริงที่บรรลุถึงขอบเขตเซียนสวรรค์ 3เปลี่ยน!
 
นอกจากนั้นมันยังเป็นอัจฉริยะท้าทายสวรรค์ ลำดับที่ 2 ในบรรดา 8 อัจฉริยะท้าทายสวรรค์
 
ขณะเดียวกันมันยังเป็นถึงศิษย์ส่วนตัวของจ้าวแท่นบูชามังกรคราม 1 ใน 4 แท่นบูชาจตุรลักษณ์ และเป็นศิษย์พี่ของเวินเยี่ยน อดีตอันดับที่ 9 ในทำเนียบยอดฝีมือศิษย์ที่แท้จริงอีกด้วย
 
เหตุผลที่ต้องกล่าวว่าเป็นอดีต เพราะต้วนหลิงเทียนไม่เพียงเอาชนะนางได้ พลังฝีมือยังสูงถึงอันดับที่ 4ในทำเนียบยอดฝีมือ เช่นนั้นอันดับของทุกคนตั้งแต่อันดับ 4 ในกาลก่อนล้วนถดถอยลงไป 1 ลำดับ
 
สำหรับอดีตอันดับสุดท้ายในทำเนียบยอดฝีมือศิษย์ที่แท้จริง ก็จำต้องหลุดอันดับไปอย่างช่วยไม่ได้
 
ตอนนี้เวินเยี่ยนก็อยู่ในอันดับ 10 ของทำเนียบยอดฝีมือ อีกทั้งสถานะภาพของนางยังง่อนแง่นล่อแหลมนัก เพราะนางสามารถหลุดออกจาก 10 อันดับแรกได้ทุกเวลา
 
‘อันดับที่ 2 ในทำเนียบยอดฝีมือศิษย์ที่แท้จริง?เซียนสวรรค์ 3 เปลี่ยน’
 
หลังจากรับทราบว่าชายหนุ่มที่ลอยห่างจากเวินเยี่ยนไม่ไกลก็คือปู้หง ลูกตาต้วนหลิงเทียนก็หดเล็กลงทันที เขายังตระหนักได้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้มาดีแน่
 
ไม่พ้นมานี่เพื่อคิดล้างแค้นให้เวินเยี่ยน
 
เขาเองก็เตรียมใจรับเรื่องราวเหล่านี้เอาไว้แล้ว
 
‘แต่ไม่คิดจริงๆว่าปู้หงคนนี้จะกลับมาพอดีกันกับวันที่ข้าทำงานเสร็จแบบนี้’
 
ขณะเดียวกันต้วนหลิงเทียนก็ตระหนักได้ว่าปู้หงสมควรพึ่งกลับมาถึงลัทธิบูชาไฟได้สดๆร้อนๆไม่ผิดแน่ ไม่งั้นด้วยฐานะอีกฝ่ายคงไม่ต้องรอถึงวันนี้เพื่อมาเล่นงานเขา
 
“ศิษย์พี่ เจ้านั่นคือต้วนหลิงเทียน!”
 
เวินเยี่ยนที่ลอยร่างอยู่ไกลๆ ชี้มือชี้ไม้มาทางต้วนหลิงเทียน ก่อนที่จะหันไปฟ้องร้องปู้หงด้วยท่าทางน่าสงสาร “วันนั้นมันกลับกล้าตบข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าต่อหน้าผู้คน จนข้ามิอาจสู้หน้าผู้ใดได้แล้ว”
 
“หากมันทำข้าอับอายขายหน้าคนเดียวคงมิเป็นไร…แต่การที่มันทำกับข้าเช่นนั้นเห็นชัดว่า ไม่เพียงแต่สร้างความอับอายให้ข้า ยังทำให้ท่านและท่านอาจารย์พลอยอับอายขายหน้าด้วย! เพราะหากคนนอกที่ไม่รู้เรื่องราว มาได้ยินเรื่องที่ข้าถูกคนรังแกเช่นนี้ คงคิดว่าท่านที่เป็นศิษย์พี่ข้าแท้ๆแต่กลับมิอาจปกป้องข้าได้…”
 
“กระทั่งท่านอาจารย์ที่เคารพก็ไม่พ้นถูกผู้คนลอบปรามาสในใจ ว่าไร้อำนาจปกป้องดูแลศิษย์…”
 
เสียงกล่าวของเวินเยี่ยนยิ่งมายิ่งน่าสงสาร นางยังเสแสร้งร่ำไห้ออกมาอย่างไม่ละอาย กล่าวฟ้องปู้หงพร้อมกับกระตุ้นโทสะอีกฝ่ายให้เดือดดาลมากยิ่งขึ้น
 
“ศิษย์น้องหญิงอย่าได้กังวล…วันนี้เจ้ามีศิษย์พี่ใหญ่อยู่ด้วยทั้งคน ข้าจะทวงความเป็นธรรมให้เจ้าเอง!”
 
ได้ยินเสียงกล่าวด้วยความคับแค้นใจทั้งแลเห็นศิษย์น้องหญิงร่ำไห้อย่างน่าเวทนา ปู้หงถึงกับลนลานรับมือไม่ถูกอยู่บ้าง
 
และเมื่อมันละสายตาจากเวินเยี่ยนไปจับจ้องร่างต้วนหลิงเทียนที่ลอยอยู่ไกลๆ แววตายังฉายชัดถึงจิตสังหารอันล้นปรี่ ราวกับมันพร้อมกลืนกินเลือดเนื้อร่างตรงหน้าในหนึ่งคำ!
 
เห็นได้ชัดว่าคำฟ้องร้องด้วยการเสแสร้งแกล้งออเซาะของเวินเยี่ยนได้ผลไม่น้อยแล้วจริงๆ สามารถกระตุ้นให้ปู้หงบังเกิดความคับแค้นจนเปี่ยมล้นไปด้วยจิตฆ่าฟันได้ขนาดนี้
 
เพราะในลัทธิบูชาไฟแห่งนี้ สำหรับปู้หงแล้วมีเพียง 2 คนเท่านั้นที่สำคัญสำหรับมันที่สุด หนึ่งก็คืออาจารย์ผู้อบรมสอนสั่งมันมา ส่วนอีกคนก็คือเวินเยี่ยน ศิษย์น้องของมัน
 
ทว่าตอนนี้ต้วนหลิงเทียน ศิษย์ที่แท้จริงหน้าใหม่ที่มันไม่เคยเจอมาก่อนเบื้องหน้า ไม่เพียงแต่รังแกทำร้ายศิษย์น้องมันให้ได้รับความอัปยศเท่านั้น ยังเสมือนไม่เห็นหัวมันกับอาจารย์ของมันอีกด้วย
 
นี่ยังไม่ให้มันไม่โกรธได้หรือ!
 
เหล่าศิษย์ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ในจัตุรัสกลางเอง ต่างลอยขึ้นฟ้าแห่มาชมดูเรื่องราวกันเป็นพรวน!
 
ตั้งแต่ตอนที่ปู้หงตะโกนเรียกต้วนหลิงเทียนดังลั่น ทุกคนก็ตื่นเต้นกันไม่น้อย
 
พวกมันทราบเรื่องการกลับมาของปู้หง กระทั่งทราบวันที่ต้วนหลิงเทียนจะทำงานเสร็จ จึงพากันมารออยู่ที่จัตุรัสกลางแต่แรก หมายรอชมเรื่องราวบันเทิงเริงใจ และพวกมันก็ไม่ผิดหวังจริงๆ
 
“อั้ยหยา…ศิษย์พี่ปู้หงท่าทางจะมีโทสะยิ่ง”
 
“ยังไม่ให้มีโทสะได้อย่างไรไหว? ศิษย์น้องอย่างเวินเยี่ยนถูกรังแกถึงขนาดนั้น ในฐานะศิษย์พี่หากไม่โกรธต้วนหลิงเทียนสิถึงจะแปลก”
 
“ใช่…หากไม่ใช่เพราะก่อนหน้าศิษย์พี่ปู้หงไม่ได้อยู่ในลัทธิบูชาไฟ ข้าเชื่อว่าศิษย์พี่คงไปเอาเรื่องต้วนหลิงเทียนแต่แรกแล้ว ไม่รอให้เรื่องราวมันผ่านไปเนิ่นนานเป็นเดือนเช่นนี้หรอก และด้วยพลังฝีมือของศิษย์พี่ปู้หงข้ากลัวว่าต้วนหลิงเทียนจะไม่ใช่คู่มือ!”
 
“นั่นมันแน่อยู่แล้ว! ศิษย์พี่ปู้หงจะอย่างไรก็เป็นถึงอันดับ 2 ในทำเนียบยอดฝีมือศิษย์ที่แท้จริงของลัทธิบูชาไฟเรา ไม่กี่ปีที่แล้วก็สามารถทะลวงถึงขอบเขตเซียนสวรรค์ 3 เปลี่ยน แล้วอันดับที่ 4 อย่างศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียนจะเอาอะไรไปสู้ได้เล่า”
 
“ดูเหมือนว่าวันนี้ต้วนหลิงเทียนจะถึงคราวเคราะห์แล้วสินะ…บางทีพลังฝีมือมันอาจจะสูง แต่อาศัยพลังฝีมือเพียงเท่านี้ยังไม่พอจะรับมือศิษย์พี่ปู้หง”
 
….
 
เหล่าศิษย์ที่เหินร่างจัตุรัสกลางมาดูชมเรื่องราวอยู่ด้านหลังเวินเยี่ยนกับปู้หงสนทนากันอย่างออกรส ฟังจากเสียงกล่าวคล้ายพวกมันจะไม่ค่อยดูดีต้วนหลิงเทียนสักเท่าไหร่
 
แน่นอนว่ายังมีเสียงเหล่าศิษย์ที่เห็นต่างดังขึ้นประปราย
 
“หึ! ข้าจำได้ว่าในกาลก่อนไม่ว่าจะเป็น หยางเหวิน หรือเวินเยี่ยน ที่ศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียนเผชิญหน้าด้วย ล้วนมิมีผู้ใดคิดว่าศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียนจะสู้ได้ทั้งสิ้น…สุดท้ายเป็นไร? หน้าหงายเงิบกันไปเป็นแถบ หมดกระเป๋ากันไปไม่ทราบกี่คน!!”
 
“ใช่ๆ! เจ้าพวกนั้นยังโดนศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียนตบหน้าไม่พอหรือไร?”
 
“ข้าเองก็ยอมรับว่าก่อนหน้าเคยดูเบาศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียนมาก่อน…แต่ทุกครั้งผลที่ออกมาเรียกว่าทำให้ข้าหน้าร้อนผ่าวไม่ต่างใดจากถูกศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียนตบฉาดใหญ่ทุกที!”
 
“ศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียนนั้นมิอาจใช้สามัญสำนึกของพวกเราหยั่งวัดได้จริงๆ…”
 
“ถึงแม้ตอนนี้จะไม่มีใครดูดีศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียน…แต่ข้าพเจ้าเชื่อมั่นในตัวศิษย์พี่ยิ่ง! วันนี้ไม่พ้นศิษย์พี่ต้องสร้างวีรกรรมบทใหม่แน่! เซียนสวรรค์ 3 เปลี่ยนหรือ…รอดูชมเถอะว่ามันจะถูกตีอย่างไร”
 
……
 
เสียงประปรายที่ดังขึ้นค้านความเห็นผู้คนนั้น ล้วนเป็นเหล่าศิษย์ที่อยู่ข้างต้วนหลิงเทียนทั้งสิ้น อนิจจาด้วยความที่พวกมันมีน้อยคน เสียงกล่าวของพวกมันจึงเป็นดั่งคลื่นลูกเล็กที่ถูกมรสุมกลืนกลบ
 
เพราะตอนนี้คนที่คิดว่าต้วนหลิงเทียนต้องสิ้นท่าด้วยน้ำมือปู้หงนั้นมีมากมายนัก
 
ขณะเดียวกัน ร่างเวินเยี่ยนกับปู้หงก็ค่อยๆเหินลอยเข้ามาหยุดลอยห่างต้วนหลิงเทียนไม่ไกล
 
“ต้วนหลิงเทียน เจ้ายังจดจำความอัปยศที่เจ้ายัดเยียดให้ข้าวันนั้นได้หรือไม่?”
 
สายตาเยียบเย็นของเวินเยี่ยนถลึงมองต้วนหลิงเทียนไม่วาง ปริปากกล่าวถามออกด้วยน้ำเสียงดุร้าย
 
“ยัดเยียดความอัปยศ? ยัดเยียดความอัปยศอะไร?”
 
ทว่าเจอเสียงถามด้วยความดุร้ายของเวินเยี่ยน ต้วนหลิงเทียนกลับย้อนถามกลับไปตรงๆ
 
ในวาจาคล้ายไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วยเลย
 
ใบหน้าเวินเยี่ยนที่เดิมก็เต็มไปด้วยความแค้น พลันแดงขึ้นด้วยโทสะ ตะคอกออกเสียงเย็น “ต้วนหลิงเทียน! เจ้ายังเป็นลูกผู้ชายอยู่หรือไม่ กล้าทำแต่ไม่กล้ารับงั้นหรือ? คิดว่าแสร้งทำเป็นจำไม่ได้เช่นนี้แล้วจะรอดตัว?”
 
“นี่เจ้าพูดถึงเรื่องอะไรกัน?”
 
ต้วนหลิงเทียนเอียงคอโค้งคิ้ว ถามออดด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ ยังกล่าวถามเพิ่มเติมอีกว่า “ข้าไปยัดเยียดความอัปยศอะไรให้เจ้าตั้งแต่เมื่อไหร่ ไฉนข้าไม่เห็นจะเคยจำได้?”
 
ได้ยินคำกล่าวถามด้วยทีท่าไม่รู้สึกรู้สา เวินเยี่ยนแทบจุกอกตายด้วยโทสะ ตอนนี้สองตาท่าทางของนางช่างเย็นชานัก ปานจะแช่ผู้คนโดยรอบให้เป็นน้ำแข็ง “เจ้าอย่าได้บอกข้าว่าเจ้าลืมไปแล้วว่าเจ้าตบหน้าข้าไปหลายครั้งหลายคราต่อหน้าผู้คน…หรือเจ้ายังมีหน้ามาบอกว่านั่นมิใช่การยัดเยียดความอัปยศให้ข้า?”
 
เมื่อจำต้องกล่าวย้อนทวนความทรงจำอันเลวร้าย เสียงของเวินเยี่ยนกลายเป็นหนักอึ้ง ยังคับแค้นทั้งเกลียดชังอย่างถึงที่สุด!
 
กล่าวจบคำใบหน้านางไม่เพียงบิดเบี้ยวอัปลักษณ์ยังเต็มไปด้วยความดุร้ายปานยักษ์มาร!!
 
เพียงมองปราดเดียวก็ทราบได้ทันทีว่าตอนนี้เวินเยี่ยนโกรธถึงขนาดไหน!
 
“อ้อที่แท้เจ้าหมายถึงเรื่องนั้นนี่เอง…หากเจ้าไม่พูดขึ้นมาข้าก็ลืมไปแล้วด้วยซ้ำ”
 
ได้ยินคำกล่าวของเวินเยี่ยน ต้วนหลิงเทียนก็ยักคิ้วขึ้นทำหน้าทำตาราวพึ่งนึกออก ค่อยกล่าวต่ออย่างไม่แยแส “นี่เจ้าคงไม่สำคัญตัวเองผิด คิดว่าที่ข้าตบหน้าเจ้าไป 2-3 ทีนั่น เป็นข้ายัดเยียดความอัปยศให้เจ้าหรอกนะ…”
 
กล่าวถึงจุดนี้ต้วนหลิงเทียนพลันหยุดลงชั่วคราว ค่อยกล่าวสืบต่อด้วยน้ำเสียงระอา “ข้าไม่เคยคิดจะลดตัวลงไปยัดเยียดความอัปยศอะไรให้เจ้าทั้งนั้น ทั้งหมดล้วนเป็นเพราะหน้าตาเจ้ามันขัดลูกนัยน์ตาข้าก็เท่านั้น…”
 
ท้ายประโยคต้วนหลิงเทียนยังกล่าวออกด้วยน้ำเสียงรังเกียจ และนั่นทำให้โทสะของเวินเยี่ยนถึงกับพุ่งปรี๊ดขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หน้านางแดงฉานขึ้นมาร่างสั่นเทิ้มไป พูดอะไรไม่ออกอยู่นาน
 
โอ! อา! สวรรค์!!
 
เหล่าศิษย์ที่เหินร่างขึ้นมาติดตามดูชมเรื่องราว ล้วนอดไม่ได้ที่จะอุทานกันออกมาด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าของพวกมันเต็มไปด้วยความตกใจอย่างถึงขีดสุด
 
“ต้วนหลิงเทียนผู้นี้ดุร้ายเกินไปแล้ว! ยังกล้าพูดออกมาได้ว่าเวินเยี่ยนไม่คู่ควรให้ลดตัวลงไปยัดเยียดความอัปยศ!”
 
“ให้ตายเถอะ…หรือต้วนหลิงเทียนมันมิรู้จริงๆว่าข้างเวินเยี่ยนนั่นคือศิษย์พี่ปู้หง?”
 
“จึกๆๆ…พวกเจ้าดูเถอะ ตอนนี้สีหน้าศิษย์พี่ปู้หงแทบจะดุร้ายกว่ายักษ์มาร! ไม่คิดเลยว่าต้วนหลิงเทียนจะกล้าถือดีต่อหน้าศิษย์พี่ปู้หงเช่นนี้…ทว่านี่ก็บอกได้เช่นกันว่าต้วนหลิงเทียนอาจไม่รู้จักศิษย์พี่ปู้หงจริงๆ!”
 
“ข้าว่าตอนนี้ต้วนหลิงเทียนสมควรยังไม่รู้ตัว ว่ามันได้เตะเอาตอเหล็กเข้าให้แล้ว!”
 
……
 
ในขณะที่เหล่าศิษย์กล่าวออกความเห็นกันอย่างออกรส สีหน้าปู้หงก็มืดดำปานจะคั้นออกได้เป็นน้ำหมึก
 
“เจ้าคือต้วนหลิงเทียน?”
 
ลูกตาปู้หงเผยจิตฆ่าฟันล้นปรี่ มองถามต้วนหลิงเทียนเพื่อยืนยันออกมา ด้วยสีหน้าท่าทางปานอสรพิษที่พร้อมจะฉกผู้คนได้ทุกเวลา
 
ทว่าคำถามของปู้หง ต้วนหลิงเทียนกลับเลือกที่จะเพิกเฉย เพียงหันไปมองเวินเยี่ยนกล่าวออกเสียงเบา “เวินเยี่ยน นี่เจ้าคิดว่า…ตอนนี้เจ้ามีผู้ช่วยแล้ว เลยไม่ต้องกลัวข้าอีกสินะ?”
 
“แล้วเจ้าจะทำไม?”
 
เวินเยี่ยนไม่คิดเลยว่าต้วนหลิงเทียนกล้ากระทั่งเมินเฉยศิษย์พี่ของนาง ทำให้นางรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย แต่ยังตอบตำต้วนหลิงเทียนกลับไปด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น
 
ที่นางรู้สึกตื่นเต้น ก็เพราะนางพบว่าโทสะของศิษย์พี่นางยามนี้พุ่งขึ้นจนแทบถึงจุดระเบิดแล้ว
 
นั่นหมายความว่าต้วนหลิงเทียนต้องตายอนาถแน่!
 
ในสายตาของนาง
 
ต้วนหลิงเทียนกล้าที่จะเมินเฉยศิษย์พี่ของนางเช่นนี้ ก็ไม่ต่างอะไรจากรนหาที่ตาย!
 
“เจ้ามั่นใจขนาดนั้น?”
 
ได้รับคำตอบยืนยันจากปากเวินเยี่ยน ต้วนหลิงเทียนก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
 
ทว่าต้วนหลิงเทียนพึ่งหัวเราะไปได้ไม่ทันไร อยู่ๆเขาก็หยุดลง สองตาแปรเปลี่ยนเป็นเยียบเย็น จู่ๆร่างเขาก็พุ่งทะยานออกไปฉับไวโดยที่เวินเยี่ยนไม่ทันได้ตั้งตัว
 
“เช่นนั้นข้าจะบอกให้เจ้ารู้ไว้ วันนี้ต่อให้เจ้ามีศิษย์พี่คุ้มกะลาหัว แต่หากข้าต้วนหลิงเทียนอยากตบเจ้า ข้าก็ตบเจ้าได้!”
 
และในขณะที่ร่างต้วนหลิงเทียนพุ่งวาบไปหาเวินเยี่ยนปานอัสนี เสียงค่อนแคะพลันดังขึ้นอย่างประจวบเหมาะ ทำให้ทุกผู้คนตกตะลึงอึ้งไปไม่น้อย
 
“เจ้า! รนหาที่ตาย!!”
 
ปู้หงที่อึ้งไปกับเรื่องราวที่แปรเปลี่ยนไปในฉับพลัน พอรู้สึกตัวหน้าก็เปลี่ยนสีไปทันที ตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงดุร้าย ขณะเดียวกันก็พุ่งร่างเข้าใส่ต้วนหลิงเทียนอย่างรีบร้อน
 
เห็นได้ชัดว่ามันคิดกันไม่ให้ต้วนหลิงเทียนทำร้ายเวินเยี่ยนได้
 
เพี๊ยะ!!
 
อย่างไรก็ตามเสียงตบดังชัดถนัดถนี่พลันลั่นก้องฟ้า หน้าเวินเยี่ยนถึงกับสะบัดหันอย่างแรง แก้มครึ่งซีกเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานช้ำเลือด ปูดบวมขึ้นมาทันตาเห็นรอยมือเด่นหรา ปู้หงไม่อาจขัดขวางอะไรได้ทัน
 
จังหวะนี้เหล่าศิษย์ชั้นยอดทั้งศิษย์ที่แท้จริงของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ถึงกับตะลึงงันปากอ้าค้างกันแล้วจริงๆ
 
พวกมันไม่คิดไม่ฝันเลยจริงๆ
 
ว่าอยู่ต่อหน้า ปู้หง อันดับที่ 2 ในทำเนียบยอดฝีมือศิษย์ที่แท้จริง ต้วนหลิงเทียนยังจะกล้าทำถึงขนาดนี้ ลงมือฉับไวปานฟ้าผ่าตบหน้าเวินเยี่ยนต่อหน้าปู้หงอย่างที่ไม่ทันมีใครตั้งตัว! ยังตบเสียเต็มแรงจนหน้าเวินเยี่ยนบวมเป็นแก้มหมู!
 
ฟืด! ฟืด! ฟืด! ฟืด! ฟืด!
 
……
 
พริบตานี้ศิษย์ของดินแดนศักดิสิทธิ์ทั้งหลายอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าด้วยความหนาวเหน็บ!
 
ืศิษย์หลายคนยังมองไปยังต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาเวทนาสงสาร
 
“ตาย…!!”
 
เสียงคำรามด้วยโทสะดังขึ้น ดึงสติของเหล่าศิษย์ให้กลับไปสนใจร่างปู้หงที่กำลังพุ่งทะยานเข้ามาปานฟ้าผ่าทันที
 
และตอนนี้ร่างปู้หงก็อยู่ห่างต้วนหลิงเทียนแค่ไม่กี่ก้าวเท่านั้น!

คอมเม้นต์

การแสดงความเห็นถูกปิด