War sovereign Soaring The Heavens ตอนที่ 2041

อ่านนิยายจีนเรื่อง War Sovereign Soaring The Heavens ตอนที่ 2041 3Novel | อ่านนิยายออนไลน์ นิยายแปลไทย อ่านนิยายฟรี.

 ตอนที่ 2,041 : ก่านหรูเยี่ยนตกตะลึงยกใหญ่
 
 
“ใช่!”
 
ได้ยินคำถามของก่านหรูเยี่ยน เมิ่งฉีไหนเลยจะกล้าไม่ตอบ ยังรีบตอบออกไปทันที
 
“มิใช่เจ้าว่ามันพึ่งเข้าร่วมลัทธิบูชาไฟเราไม่นานหรือ? ไฉนถึงมีคะแนนสะสมมากนัก?”
 
ก่านหรูเยี่ยนกล่าวถามออกด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ ใบหน้านางยังเผยความสงสัยออกชัด
 
ได้ยินคำถามก่านหรูเยี่ยน เมิ่งฉีรีบกล่าวตอบออกมาด้วยรอยยิ้มทันที “ต้วนหลิงเทียนคนนั้นกล่าวไปยังพึ่งเข้าร่วมลัทธิบูชาไฟเรามิถึงปีด้วยซ้ำ…แต่มันก็ก่อวีรกรรมใหญ่โตไม่น้อย พาลให้คนในลัทธิบูชาไฟเราฮือฮาอยู่บ่อยครั้ง”
 
หลังจากกล่าวเกริ่นออกมาเล็กน้อย เมิ่งฉีค่อยเข้าประเด็นหลัก “ที่มันมีคะแนนสะสมถึงล้านแต้ม ล้วนเป็นเพราะมันได้รับจากวิหารเป็นตาย ตั้งแต่วันแรกๆที่มันมาถึงดินแดนศักดิ์สิทธิ์”
 
“หืม? วีรกรรมใหญ่โตทำให้คนในลัทธิบูชาไฟฮือฮาบ่อยครั้ง?”
 
ก่านหรูเยี่ยนอึ้งไปไม่น้อยหลังได้ยินวาจาประโยคแรกของเมิ่งฉี
 
ยิ่งมาได้ยินวาจาท้ายประโยคหลังของเมิ่งฉีนางก็ยิ่งงุนงงทั้งไม่เข้าใจ “ได้รับจากวิหารเป็นตาย? วิหารเป็นตายมีเรื่องดีๆเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใด ไฉนข้าจึงไม่ทราบ?”
 
“เรื่องนี้กล่าวไปต้องย้อนกลับไปตั้งแต่วันแรกที่มันมาทดสอบเข้าร่วมลัทธิบูชาไฟที่แท่นบูชาเต่าทมิฬ…”
 
เมิ่งฉีเริ่มกล่าวถึงจุดเริ่มต้นความขัดแย้งของต้วนหลิงเทียนกับหลี่อัน ที่ต้วนหลิงเทียนเป็นฝ่ายฆ่าหยางหวู่บุตรชายคนรองของหยางชงอาวุโส 5 วังอุดรไพศาลที่เป็นสหายสนิทของหลี่อันตั้งแต่วันแรกที่มาเหยียบแท่นบูชาเต่าทมิฬ หลังจากนั้นค่อยกล่าวถึงเรื่องของหยางเหวินที่เป็นบุตรชายคนโตของ หยางชง อาวุโส 5 วังอุดรไพศาลออกมา
 
ศิษย์ที่แท้จริงมีทั้งสิ้น 170 คน เช่นนั้นสำหรับก่านหรูเยี่ยนแล้วแม้จะไม่รู้จักและนึกหน้าหยางเหวินไม่ออก แต่ก็พอจำได้ว่ามีชื่อนี้อยู่ด้วย
 
นั่นเพราะแม้หยางเหวินจะเป็นศิษย์ที่แท้จริงเหมือนกันกับนาง แต่พลังฝีมืออีกฝ่ายอ่อนด้อยถึงขั้นไม่ติดแม้กระทั่งทำเนียบยอดฝีมือ ก่านหรูเยี่ยนเลยไม่ให้ค่าอะไรมัน
 
เป็นธรรมดาที่ศิษย์ที่แท้จริงไร้อันดับอย่างหยางเหวินก็ไม่มีค่าพอให้นางสนใจ…
 
“หยางเหวินที่ว่าเป็นลูกชายคนโตของอาวุโส 5 วังอุดรไพศาลด้วย?”
 
เมื่อได้รู้ว่าหยางเหวินเป็นลูกชายคนโตของ หยางชง อาวุโส 5 ของวังอุดรไพศาล ก่านหรูเยี่ยนเพียงแปลกใจเล็กน้อยด้วยไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะปกปิดเรื่องราวความเป็นมาได้นานถึงขนาดนี้
 
แต่แน่นอนว่าถึงแม้หยางเหวินจะมีความเป็นมาแบบนี้ แต่ก็ไม่นับเป็นตัวอะไรในสายตานางอยู่ดี
 
ในแง่ของพลังฝีมือหยางเหวินอ่อนด้อยกว่านางมาก
 
ในแง่ความเป็นมาและเบื้องหลัง หยางเหวินยิ่งไม่อาจเทียบนางได้
 
“เป็นเพราะต้วนหลิงเทียนฆ่าหยางหวู่ น้องชายของหยางเหวินตั้งแต่วันแรกที่เข้าลัทธิบูชาไฟเรา ทำให้ทันทีที่ต้วนหลิงเทียนมาถึงดินแดนศักดิ์สิทธิ์ หยางเหวินจึงไปหามันเพื่อชำระแค้นทันที แต่ต้วนหลิงเทียนกลับเป็นฝ่ายท้าหยางเหวินให้ไปลงนามในสัญญาเป็นตายเพื่อประลองเป็นตาย…”
 
กล่าวถึงจุดนี้เมิ่งฉีอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง
 
“ตอนแรกไม่ว่าจะเป็นหยางเหวินหรือศิษย์ที่อยู่ในเหตุการณ์ ล้วนคิดว่าต้วนหลิงเทียนเพียงเสแสร้งแสดงละคร อาศัยหลักจิตวิทยาเพาะสร้างสภาวะข่มขวัญหยางเหวินเท่านั้น…ทว่าสุดท้ายแล้วกลับเป็นหยางเหวินที่ถูกต้วนหลิงเทียนฆ่าตายบนสังเวียนขึ้นมาจริงๆ”
 
ได้ยินเรื่องที่ต้วนหลิงเทียนฆ่าหยางเหวินได้ ก่านหรูเยี่ยนก็ไม่แปลกใจอะไร
 
จากพลังฝีมือของต้วนหลิงเทียนที่เผยออกมาก่อนหน้า กระทั่งนางยังรู้ตัวดีว่ายังห่างกับต้วนหลิงเทียนหลายก้าวใหญ่ แล้วหยางเหวินที่อ่อนด้อยจนไม่แม้แต่จะอยู่ในสายตานางจะเอาอะไรไปรอด
 
หลังจากนั้นเมิ่งฉีก็เริ่มอธิบายสาเหตุการได้รับล้านคะแนนของต้วนหลิงเทียนออกมา
 
ก่านหรูเยี่ยนจึงได้รู้ในที่สุด ว่าที่แท้ก็เป็นการเดิมพันของวิหารเป็นตายนี่เอง
 
‘เกาทัณฑ์ที่มันนำออกมานั่นสมควรไม่ธรรมดาแน่…หาไม่แล้วอาวุโสเนี่ยสุ้ยคงไม่ยอมให้มันจำนำถึง 200,000 คะแนนสะสมหรอก’
 
ก่านหรูเยี่ยนลอบกล่าวในใจอย่างลับๆ
 
เนี่ยสุ้ยก็เป็นเหมือนคนที่มาจากสายเดียวกับนางและอาจารย์ของนางอย่างผู้พิทักษ์ชิงหั่ว
 
หากจะลำดับอาวุโสกันจริงๆ เนี่ยสุ้ยก็เป็นเหมือนศิษย์พี่ของนาง
 
ด้วยเหตุนี้ทำให้นางค่อนข้างรู้จักกันกับเนี่ยสุ้ยดี และรู้ว่าเนี่ยสุ้ยคงไม่คิดทำอะไรเสียเปล่าอย่างเอา 200,000 คะแนนสะสมไปเสี่ยงในสิ่งที่อาจไม่คุ้มค่าเด็ดขาด
 
หลังได้รับทราบความเป็นมาของคะแนนสะสมล้านแต้มของต้วนหลิงเทียนแล้ว ก่านหรูเยี่ยนก็กล่าวถามเมิ่งฉีออกมาด้วยความสงสัยทันที “แล้วที่เจ้าบอกว่ามันก่อวีรกรรมใหญ่โตจนทำให้คนของลัทธิบูชาไฟฮือฮากกันอยู่บ่อยครั้งเล่า…”
 
“มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นบ้าง ไหนเจ้าลองเล่ามาให้ข้าฟังดู?”
 
ก่านกรูเยี่ยนถามแกมสั่ง
 
นางเองก็อยากรู้นักว่าต้วนหลิงเทียนไปสร้างคลื่นลมอะไรไว้บ้าง
 
เจอก่านหรูเยี่ยนถามแกมสั่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมิ่งฉีแม้จะขุ่นขึ้งใจ แต่มันก็ทำได้แค่อดทนและคอยตอบทุกเรื่องราวของต้วนหลิงเทียนให้นางอย่างกระจ่าง
 
ได้ฟังเรื่องราวที่เล่าออกมาจากปากของเมิ่งฉี สีหน้าก่านหรูเยี่ยนก็เผยอาการตกตะลึงไม่น้อย
 
นางไม่คิดไม่ฝันเลยว่าต้วนหลิงเทียนพึ่งเข้าร่วมลัทธิบูชาไฟได้ไม่ถึงปี จะก่อเรื่องราวได้มากมายถึงขนาดนี้!
 
วันแรกที่มาถึงแท่นบูชาเต่าทมิฬ ก็หักหน้าหลี่อันอาวุโสเพลิงเงินอันดับ 1 ของแท่นบูชาเต่าทมิฬ โดยการหักคอบุตรชายของสหายสนิทคาตา…
 
หลังจากนั้นก็บุกไปฆ่าศิษย์ 2 คนถึงแท่นบูชานกไฟ 1 ในบูชาจตุรลักษณ์…
 
ทว่าอาวุโสคุมกฏกับหอคุมกฏเลือกที่จะไม่มอบโทษประหารให้เพราะเห็นแก่รากวิญญาณสีน้ำเงิน
 
“ช้าก่อน…เจ้าบอกว่า พรสวรรค์รากวิญญาณของต้วนหลิงเทียนเป็นสีน้ำเงินหรือ?”
 
เมิงฉีที่กล่าวเล่าอยู่ถึงเรื่องที่ต้วนหลิงเทียนมีรากวิญญาณสีน้ำเงิน อยู่ๆก็ถูกก่านหรูเยี่ยนกล่าวขัดขึ้นมา
 
ก่านหรูเยี่ยนยังถามต่อออกมาด้วยสีหน้าสงสัย “เรื่องนี้เจ้าแน่ใจหรือ?”
 
เมิ่งฉีพอได้ยินก็ได้แต่ส่ายหัวไปมา “รากวิญญาณของต้วนหลิงเทียนสมควรเป็นสีน้ำเงินไม่ผิดแน่…อะไร หรือแม่นางหรูเยี่ยนคิดว่ารากวิญญาณของต้วนหลิงเทียนเป็นสีเหลืองด้วย?”
 
“รากวิญญาณสีเหลือง?”
 
ก่านหรูเยี่ยนย่อมไม่คิดจะตอบคำถามเหลวไหลนี้ของเมิ่งฉี
 
ต้องทราบด้วยว่าต้วนหลิงเทียนเพียงแก่กว่านางแค่ปีสองปีเท่านั้น แต่พลังฝีมือของอีกฝ่ายกลับอยู่เหนือนางมาก กระทั่งยังเป็นการก้าวหน้าขึ้นมาในเวลาอันสั้น…เช่นนั้นรากวิญญาณของต้วนหลิงเทียนจะเป็นสีเหลืองไปได้ยังไง
 
กระทั่งเรื่องรากวิญญาณของต้วนหลิงเทียนเป็นสีน้ำเงินนางก็รู้สึกว่าไม่น่าจะใช่แล้ว!
 
เพราะด้วยความเร็วในการก้าวหน้าของต้วนหลิงเทียน ที่สามารถบ่มเพาะพลังมาได้ถึงขนาดนี้ในระยะเวลาอันสั้น ต่อให้กล่าวว่าต้วนหลิงเทียนมีพรสวรรค์รากวิญญาณสีคราม กระทั่งสีม่วงนางยังจะรู้สึกว่าน่าเชื่อถือมากกว่า
 
เพราะสุดท้ายแล้วนางก็รู้ถึงพลังฝีมือของต้วนหลิงเทียนเมื่อไม่กี่ปีที่แล้วดี
 
“เจ้ากล่าวว่าต้วนหลิงเทียน ‘สมควร’ มีรากวิญญาณสีน้ำเงิน ไฉนเจ้าต้องกล่าวคำว่า สมควร?”
 
ก่านหรูเยี่ยนถามด้วยความสงสัย
 
“เป็นเพราะมีข่าวลือแพร่ออกมาว่าต้วนหลิงเทียนผู้นี้มีความสามารถในการปกปิดพรสวรรค์รากวิญญาณ บางทีรากวิญญาณสีน้ำเงินก็อาจไม่ใช่พรสวรรค์รากวิญญาณที่แท้จริง เผลอๆอาจจะเป็นสีครามหรือสีม่วงก็ได้”
 
เมิ่งฉีกล่าวออก “แต่แน่นอนว่าข่าวลือนี้ล้วนเหลวไหล และไม่สมควรเป็นความจริงไปได้”
 
ไม่ควรเป็นความจริงไปได้?
 
สำหรับคำนี้ของเมิ่งฉี ก่านหรูเยี่ยนย่อมไม่เห็นด้วย
 
เพราะในใจของนางตัดสินไปแล้วว่าต้วนหลิงเทียนต้องมีรากวิญญาณสีครามหรือสีม่วงแน่นอน
 
จนกระทั่งเมิ่งฉีกล่าวเล่าถึงต้นตอพลังความแข็งแกร่งของต้วนหลิงเทียน
 
‘อะไรกัน ด่านพลังของมันยังเป็นเพียงเซียนนภาขั้นต้นเท่านั้นหรือ…แต่ที่มันสามารถสยบเซียนสวรรค์ 2 เปลี่ยนได้ล้วนเป็นเพราะเวทย์พลังขั้นสูงทั้ง 4 สาย รวมถึงเพลงกระบี่อันลึกลับ?’
 
ก่านหรูเยี่ยนถึงกับตกตะลึงครั้งใหญ่อีกครั้ง
 
ต้วนหลิงเทียนผู้นั้นที่พึ่งข่มขวัญนางได้…ที่แท้ยังพึ่งบรรลุถึงเซียนนภาขั้นต้น?
 
เรื่องนี้นับเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจก่านหรูเยี่ยนครั้งใหญ่แล้วจริงๆ
 
ต้องทราบด้วยว่านางไม่แม้แต่จะเห็นด้วยซ้ำว่าต้วนหลิงเทียนลงมือทำลายปิ่นหยกของนางอย่างไร เพียงฟังจากเสียงแล้วเสมือนเสียงกระบี่ที่ฉับไวมากๆเท่านั้น…
 
ตอนนั้นนางยังคิดไปว่าพลังฝึกปรือของต้วนหลิงเทียนสมควรบรรลุถึงขอบเขตเซียนสวรรค์ 3 เปลี่ยนแล้วเสียอีก…
 
แต่มาตอนนี้เมิ่งฉีพึ่งกล่าวบอกนางว่าพลังฝึกปรือของต้วนหลิงเทียน ยังพึ่งอยู่ในขอบเขตเซียนนภาขั้นต้นเท่านั้น
 
อาศัยพลังฝึกปรือเซียนนภาขั้นต้น แต่มีพลังทัดเทียมเซียนสวรรค์ 3 เปลี่ยน?
 
ถึงแม้จะไม่อยากเชื่อเพียงใด แต่เมื่อเมิ่งฉีถึงกับกล้ายืนยันออกมา นางจำต้องเชื่อ
 
ว่าต้วนหลิงเทียนอาศัยพลังฝึกปรือเซียนนภาขั้นต้น แต่สามารถเร่งเร้าพลังจนทัดเทียมได้กับเซียนสวรรค์ 3 เปลี่ยนจริงๆ!
 
‘หากพลังฝึกปรือของมันยังพึ่งทะลวงถึงเซียนนภาขั้นต้น เช่นนั้นเรื่องที่พรสวรรค์รากวิญญาณจะเป็นรากวิญญาณสีน้ำเงินก็ไม่น่าแปลกอะไร’
 
ขณะเดียวกันก่านหรูเยี่ยนก็ลอบสรุปเรื่องราวในใจ
 
ครู่ต่อมาก่านหรูเยี่ยนยังได้รับทราบเรื่องราวอันน่าตกกใจอีกครั้ง
 
ต้วนหลิงเทียนผู้นั้น ที่แท้ยังเป็นนักรบมังกร 9 กรงเล็บด้วย!
 
นางย่อมรู้ดีว่านักรบมังกร 9 กรงเล็บหมายความว่าอะไร! ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าต้วนหลิงเทียนจะเป็นถึงนักรบ 9 กรงเล็บไปได้!!
 
“เวินเยี่ยนไม่ยอมรับคำท้าประลองเป็นตายของต้วนหลิงเทียน…สุดท้ายจึงถูกตบหน้าท่ามกลางผู้คนจนหน้าบวมเป็นหัวหมู โดยที่ไม่กล้าแม้แต่จะตอบโต้?”
 
ฟังเมิ่งฉีเล่าถึงเรื่องที่ต้วนหลิงเทียนตบหน้าเวิ่นเยี่ยนจนหัวบวมเป็นหมู ก่านหรูเยี่ยนรู้สึกสะใจนัก ยังคิดว่าตบได้ประเสริฐ!
 
‘น้องสาวเจ้านับว่ามีสายตามองบุรุษดียิ่ง…เพื่อช่วยเจ้าแล้วมันถึงกับกล้าบุกถ้ำพยัคฆ์แดนมังกร กระทั่งกล้าเสี่ยงล่วงเกินอาวุโสเพลิงทองเพื่อระบายโทสะให้เจ้า!’
 
ในตอนนี้ ภาพต้วนหลิงเทียนในใจของก่านหรูเยี่ยน เรียกว่าได้แปรเปลี่ยนไปพลิกฟ้าคว่ำดิน
 
ก่านหรูเยี่ยนย่อมรู้ดีแก่ใจ
 
ที่ต้วนหลิงเทียนสั่งสอนเวินเยี่ยนด้วยการตบหน้าให้อับอายนั้…ไม่ได้กระทำเพื่อนาง! แต่กระทำเพื่อน้องสาวตัวน้อยของนาง!!
 
อย่างไรก็ตามเมื่อก่านหรูเยี่ยนได้ทราบว่า ต้วนหลิงเทียนถึงขั้นกล้างัดข้อกับต่งหลินเพื่อให้ได้สิทธิ์มาที่หอคุมกฏ จนทำให้อีกฝ่ายถึงกับต้องเสียหน้าครั้งใหญ่โดยการก้มหัวขอขมา! นางก็อดไม่ได้ที่จะบังเกิดความกลัวขึ้นในใจ!!
 
ต่งหลินนั่น จะอย่างไรก็เป็นบุตรชายคนเดียวของรองจ้าวหอคุมกฏ!
 
ต้วนหลิงเทียนกล้าล่วงเกินอีกฝ่ายถึงขนาดนั้น แล้วยังต้องมาทำงานในหอคุมกฏตลอดทั้งเดือน นางตระหนักได้ทันทีว่าตลอดเดือนหลังจากนี้ต้วนหลิงเทียนต้องไม่มีคืนวันอันดีแน่นอน!!
 
บางทีต่งหลินอาจไม่ใช่คู่มือของต้วนหลิงเทียน แต่ในหอคุมกฏแห่งนี้อำนาจที่มันมีในมือย่อมไม่ใช่น้อย มันไม่จำเป็นต้องลงมือกับต้วนหลิงเทียนด้วยตัวเอง!
 
“อาวุโสเมิ่งฉี ข้ามีเรื่องคิดรบกวนท่านสักครา”
 
ก่านหรูเยี่ยนหันไปมองเมิ่งฉีแล้วกล่าวออกด้วยน้ำเสียงจริงจังทันที
 
“แม่นางหรูเยี่ยนคิดให้ข้าช่วยเหลืออันใด ขออย่าได้เกรงใจโปรดกล่าว”
 
ใบหน้าเมิ่งฉียังเต็มไปด้วยรอยยิ้มเสมอ
 
สำหรับมันแล้วสตรีเบื้องหน้าไม่ต่างอะไรจาก ‘ท่านย่าน้อย’ ของมันแม้แต่นิดเดียว! เพราะหากมันกล้าทำให้อีกฝ่ายขัดใจ ผู้พิทักษ์ชิงหั่วที่รักและเอ็นดูนางยิ่งกว่าอะไรยังไม่มาถลกหนังหัวมันได้หรือ? กระทั่งหากโดนแค่ถลกหนังหัว มันยังต้องขอบคุณสวรรค์ด้วยซ้ำที่อีกฝ่ายไว้ชีวิตมัน!!
 
“เจ้าช่วยนำหยกบันทึกเสียงนี่ไปมอบให้อาจารย์ของข้าที”
 
ก่านหรูเยี่ยนหยิบหยกบันทึกเสียงออกมาชิ้นหนึ่ง ก่อนที่จะควบเสียงผ่านพลังบันทึกลงตัวหยกแล้วยื่นส่งให้เมิ่งฉี
 
“ได้”
 
เมิ่งฉีกล่าวตอบตกลงก่อนจะรับหยกบันทึกเสียงมา
 
และสิ่งที่ก่านหรูเยี่ยนบันทึกไว้ในหยกบันทึกเสียงดังกล่าวก็ไม่มีอะไรมาก แค่อยากให้อาจารย์ของนางช่วยดูแลคุ้มครองต้วนหลิงเทียนเท่านั้น
 
แน่นอนว่านางไม่ได้บอกอาจารย์ว่าต้วนหลิงเทียนคนนี้คือน้องเขยของนาง เพียงบอกว่าเขาเป็นสหายที่นางพบเจอยามออกไปขัดเกลาฝึกฝนด้านนอก และอีกฝ่ายได้ทุบตีเวินเยี่ยนจนหัวบวมเป็นหมูเพื่อนาง
 
เหตุผลที่ไฉนก่านหรูเยี่ยนจึงยกเรื่องเวินเยี่ยนขึ้นมากล่าว เป็นเพราะนางคิดกระตุ้นความแค้นของอาจารย์ที่เห็นเวินเยี่ยนเป็นศัตรูนั่นเอง
 
อาจารย์ของนางย่อมเกลียดเวินเยี่ยนเป็นที่สุด เพราะอีกฝ่ายเป็นคนแจ้งจับนาง!

คอมเม้นต์

การแสดงความเห็นถูกปิด